
บางจากฯกำไรพุ่งเท่าตัวทุกธุรกิจหนุน
บางจากฯ ยิ้มแป้น ทุกธุรกิจโตดีโดยเฉพาะโรงกลั่น หนุนกำไรถึง 2,793 ล้านบาท ไตรมาส 2
บางจากฯ ยิ้มแป้น ทุกธุรกิจโตดีโดยเฉพาะโรงกลั่น หนุนกำไรถึง 2,793 ล้านบาท ไตรมาส 2
บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ประกาศกำไรสุทธิ 2,793 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2558 เติบโต 1,535 ล้านบาท คิดเป็น 122% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 6 เดือน
ปีนี้ กำไรสุทธิ 3,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,012 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณ 35% จากที่มีกำไรสุทธิ 2,819 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน
กำไรที่ดีขึ้นในไตรมาส 2 มาจากรายได้จากการขายและการให้บริการ 41,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวมเพิ่มขึ้น 32% ตามการเพิ่มอัตราการผลิตเฉลี่ยของโรงกลั่น กำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2 ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 61.26 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกอยู่ที่ 51.76 เหรียญสหรัฐ จากแรงหนุนของอุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อนและการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับตัวเลขปริมาณน้ำมันสำรองและจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับลดลง
“ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ไตรมาส 2 บริษัทมีกำไรจากสต๊อก 448 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักค่าเสื่อม ดอกเบี้ย ภาษี เพิ่มขึ้น 2,764 ล้านบาท หรือ 115% ซึ่งรวมกำไรจากสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้าจำนวน 47 ล้านบาท แต่มีการรับรู้ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 34 ล้านบาท จากเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้มีกำไรสุทธิที่เป็นส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 122%”
ขณะเดียวกัน ไตรมาส 2 ก็ยังมีรายได้จากการขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสแรก เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันรวม ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเพิ่มอัตราการผลิตของโรงกลั่นที่ได้รับแรงจูงใจจากค่าการกลั่นพื้นฐานที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับผลงานของแต่ละธุรกิจโรงกลั่นมีการใช้อัตราการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 111.93 พันบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นการใช้กำลังผลิตเฉลี่ยที่สูงที่สุดของโรงกลั่น จากแรงจูงใจด้านค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูง โดยค่าการกลั่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 10.41 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากแรงหนุนด้านอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปบางชนิดในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรจากสต๊อก จำนวน 457 ล้านบาท จึงทำให้ผลประกอบการโดยรวมของธุรกิจโรงกลั่นอยู่ในระดับสูง
ด้านธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ บริษัทมีการดำเนินการผลิตครบทั้ง 3 ระยะ กำลังการผลิตจำหน่ายรวม 118 เมกะวัตต์ ตามใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าที่บริษัทได้รับจากการไฟฟ้า โดยมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า 775 ล้านบาท และมีปริมาณ
การจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 67.78 ล้านกิโลวัตต์/ชั่วโมง จากค่าความเข้มแสงเฉลี่ยที่สูงกว่าเป้าหมาย ส่วนธุรกิจไบโอดีเซลมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 371 พันลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 5% จากระยะเดียวกันปีก่อน และ 4% จากไตรมาสแรก และธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีรายได้จากการขาย 849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากไตรมาสแรก







