posttoday
'จรัมพร'ฟื้นTHAI

'จรัมพร'ฟื้นTHAI

06 สิงหาคม 2558

“จรัมพร โชติกเสถียร” มั่นใจพาบินไทยพ้นเหว ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้ ปี 2560 บินฉิว

“จรัมพร โชติกเสถียร” มั่นใจพาบินไทยพ้นเหว ลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้ ปี 2560 บินฉิว

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย (THAI) เปิดเผยแผนกอบกู้บริษัท การบินไทย ต่อสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยมีอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้นกว่า 80 คน เข้าไปรับฟังข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า การบินไทยจะกลับมาทำธุรกิจให้มีกำไรได้ตามปกติในปี 2560  และเป็นสายการบินที่มีกำไรต่อเนื่องระยะยาวได้อีกครั้ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูที่กำหนดไว้ 

ทั้งนี้ บริษัท การบินไทย มีแผนดำเนินการหลักอยู่ 6 ด้าน เช่น   การปรับปรุงฝูงบิน การปรับเส้นทางการบิน การเพิ่มประสิทธิภาพในการหารายได้ในด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจำเป็นต้องทำทุกๆ ด้านพร้อมกัน และทั้งหมดที่จะต้องทำให้สำเร็จในปี 2559 

ด้านผลประกอบการในปีนี้ นายจรัมพร กล่าวว่า ยังคงประเมินยาก เพราะต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างค่อนข้างมาก รวมถึงยังมีภาระที่เกิดจากการป้องกันความเสี่ยงในเรื่องของน้ำมันที่ตามนโยบายวางไว้ 75% และน้ำมันปรับตัวลดลง แต่อนาคตจะต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบายในการป้องกันความเสี่ยงหลังราคาน้ำมันลงมาต่ำ ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก็มีการดำเนินการโดยธรรมชาติ คือ มีรายได้และหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศที่เหมาะสม

“ตอนนี้บริษัท การบินไทย เหมือนอยู่ปากเหว ถ้าพนักงานและทุกคนในองค์กรไม่ร่วมมือกันก็จะเดินเข้าป่าช้า แต่ถ้าทุกคนร่วมมือร่วมใจทำตามแผนที่วางไว้ทั้งหมด เราก็จะกลับมาเป็นสายการบินที่มีประสิทธิภาพได้ และมั่นใจว่าจะสามารถฟื้นวิกฤตได้ เพราะแผนที่การบินไทยจะทำนั้นก็เหมือนๆ กับที่สายการบินอื่นๆ ดำเนินการมา เช่น เจแปน แอร์ไลน์ส แต่อยู่ที่ว่ากล้าที่จะทำหรือไม่เท่านั้น” นายจรัมพร กล่าว

สำหรับการลดค่าใช้จ่ายที่ตั้งไว้ 10% หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ตอนนี้ยังทำได้ไม่คืบหน้ามากนัก แต่ก็จะต้องดำเนินการ รวมถึงเรื่องของระบบการจำหน่ายตั๋วที่แต่เดิมนั้นเมื่อลูกค้ามาจอง และไม่เดินทางจะบอก 7 วันสุดท้ายที่จะเดินทาง ทำให้สูญเสีย แต่ระบบใหม่นี้หากลูกค้าจองตั๋วและ 14 วันไม่มีการจ่ายเงิน ระบบก็จะตัดไปเลย เมื่อเราทำทุกอย่างพร้อมๆ กันสถานการณ์จะพลิกกลับมาได้

นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค. บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงิน 8,000 ล้านบาท ซึ่งตามแผนปีนี้จะออก 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วงเดือน เม.ย. ออกไปแล้ว 7,000 ล้านบาท  เงินที่ได้นั้นส่วนหนึ่งก็รองรับแผนเออร์ลี่รีไทร์พนักงาน และการใช้เป็นทุนหมุนเวียนต่างๆ รวมถึงในเดือน ก.ย.-ต.ค. THAI จะซื้อเครื่องบินใหม่อีก 3 ลำ ขณะที่เครื่องบินเก่าซึ่งอยู่ระหว่างการรอขายอีก 19 ลำ จากจำนวนทั้งหมด 38 ลำ คาดว่าจะขายได้หมดภายในปี 2558

วันเดียวกัน THAI แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า บริษัทจะกู้เงินต่อจากกระทรวงการคลัง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ในรูปแบบของการออกตราสาร Euro Commercial Paper (ECP) เพื่อซื้อคืนเครื่องบิน A340-600 จำนวน 6 ลำ โดยจะกู้เป็นงวดที่ 3 ในเดือน ส.ค.นี้ จำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (180 วัน) หลังจากที่ได้กู้ไปแล้ว 2 งวด เมื่อ 24 มิ.ย. และ 15 ก.ค. 2558 งวดละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน 

ทั้งนี้ การกู้ยืมต่อจากกระทรวงการคลัง จะทำให้ THAI สามารถลดต้นทุนทางการเงิน และสามารถดำเนินการขายเครื่องบินตามแผนปฏิรูปได้ โดยกระทรวงการคลังจะกู้ยืมเงินโดยการออกตราสาร ECP ภายใต้ ECP Programme วงเงินรวมไม่เกิน 179.43 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาให้ผู้กู้ยืมเงินต่อ เพื่อนำไปซื้อคืนเครื่องบิน ก่อนการดำเนินการขายตามแผนปฏิรูปบริษัท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนจากภาครัฐตามการร้องขอ และโดยความตกลงร่วมกับกระทรวงการคลัง บริษัทจะกู้ยืมเงินต่อจากกระทรวงการคลัง วงเงินรวมทั้งสิ้น 150 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งการเบิกรับเงินกู้ออกเป็น 3 งวด งวดละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

นายจรัมพร กล่าวด้วยว่า บริษัทมีแนวคิดที่จะซื้อหุ้นบริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) เพิ่มเติม จากปัจจุบันถืออยู่ 39.20% เนื่องจากมองว่าธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์มีการเติบโตต่อเนื่อง และนกแอร์มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 25% ถือเป็นลำดับต้นๆ ของผู้ประกอบการสายการบินกลุ่มดังกล่าว จึงน่าจะมีโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะนี้การเข้าซื้อนกแอร์เป็นเพียงแนวคิดที่น่าสนใจ และยังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ ส่วนสายการบินไทยสมายล์ จะไม่นำลงไปแข่งขันด้านราคา แต่จะเป็นสายการบินที่ใช้ในประเทศเป็นหลัก และยังคงความเป็นพรีเมียมแอร์ไลน์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน