posttoday
ค้านเก็บเซอร์ชาร์จเหล็ก35%

ค้านเก็บเซอร์ชาร์จเหล็ก35%

04 สิงหาคม 2558

อุตสาหกรรมเหล็กปรอทแตก ผู้ประกอบการค้านเก็บเซอร์ชาร์จ 35% หวั่นกระทบแสนราย

อุตสาหกรรมเหล็กปรอทแตก ผู้ประกอบการค้านเก็บเซอร์ชาร์จ 35% หวั่นกระทบแสนราย

ความขัดแย้งในอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศที่เจอการทุ่มตลาดอย่างหนักจากการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากต่างประเทศ จนสมาคมเหล็กขั้นกลาง อาทิ สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็น สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า และกลุ่มเหล็กที่เกี่ยวข้อง ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขอให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมนำเข้าพิเศษ (เซอร์ชาร์จ) การนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ จนคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เก็บเซอร์ชาร์จได้ในอัตรา 35%

นายสุเทพ ก้องธรนินทร์ กรรมการสมาคมโลหะไทยและกรรมการ บริษัท กรุงเทพสลักภัณฑ์ พร้อมตัวแทนสมาคมโลหะไทยกว่า 50 ราย เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการบีโอไอเมื่อวันที่ 3 ส.ค. เพื่อคัดค้านไม่ให้บีโอไอบังคับใช้มาตรา 49 พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนในการเก็บค่าเซอร์ชาร์จในการนำเข้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำและเหล็กเคลือบ เพราะทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องและร้านค้าในห่วงโซ่อุปทานทางธุรกิจในประเทศนับแสนรายต้องเดือดร้อนจากต้นทุนที่สูงขึ้น

ล่าสุดทางบีโอไอได้ยืนยันว่าจะยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ มาบังคับใช้ แต่ได้มอบให้ทุกฝ่ายไปสรุปรายละเอียด เพื่อที่จะนัดหารือกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตในประเทศ ผู้ใช้ อีกครั้งในเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ บีโอไอได้เสนอเรื่องต่อ ครม. ขอออกเซอร์ชาร์จเพื่อปกป้องผู้ประกอบการเหล็กในประเทศ โดยให้เก็บในอัตรา 35% ของราคารวมค่าระวางและประกันภัยสินค้า (ค่าซีไอเอฟ) เป็นเวลา 1 ปี

“หากเก็บเซอร์ชาร์จเมื่อใดอุตสาหกรรมที่ใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบจะได้รับผลกระทบทั้งซัพพลายเชนเป็นแสนๆ ราย และจะแข่งขันไม่ได้ จนอาจมีผลให้สินค้าสำเร็จรูปต้องปรับขึ้นราคาอีก ท้ายที่สุดอาจทำให้ไทยต้องนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปเข้ามา” นายสุเทพ กล่าว

นายวิสิทธิ์ กิตติวรรธนกุล อุปนายกสมาคมโลหะไทย ในฐานะผู้นำเข้าเหล็กเพื่อผลิตเป็นเหล็กปลายน้ำ เช่น สกรู นอต สลักภัณฑ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบระหว่างการขึ้นเซอร์ชาร์จที่จะเป็นการช่วยเหลือผู้ผลิตเพียง 2 ราย คือ บริษัทเอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป และ บริษัท เหล็กสยาม (2001) หรือจะเลือกผู้ใช้เหล็กที่เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมายนับหมื่นราย อีกทั้งจะมีผลกระทบไปยังผู้ใช้อีกหลายแสนราย

“รัฐต้องทบทวนว่าจะปกป้องผู้ผลิตเหล็กในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจผู้นำเข้าแล้วผลิตเป็นขั้นปลายหรืออย่างไร จะอ้างว่าเรานำเข้าเหล็กไม่ได้คุณภาพมาผลิตไม่ได้ เพราะสินค้าที่นำเข้ามาก็ต้องได้มาตรฐาน มอก.ทั้งสิ้น เก็บเซอร์ชาร์จแค่ 5% เราก็แย่แล้ว จึงอยากให้พบกันครึ่งทาง” นายวิสิทธิ์ กล่าว

ด้าน นายทรงวุฒิ ไกรภัสสร์พงษ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลใช้มาตรการเซอร์ชาร์จเหล็กจริง ควรให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ดูแลกลุ่มผู้ใช้ด้วย ต้องทำให้ราคาขายมีความเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ผลิตเหล็กปลายน้ำอยู่ได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเหล็กปลายน้ำควรอุดหนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศ และนำเข้าเพียงสินค้าที่ไม่สามารถผลิตได้ เพื่อทำให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ได้

นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า จะนัดผู้ประกอบการที่ผลิตเหล็กและผู้ใช้เหล็กเพื่อผลิตเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำมาประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกันในเร็วๆ นี้ และขอยืนยันว่า แม้ ครม.จะมีมติให้เรียกเก็บเซอร์ชาร์จแล้ว แต่หากผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ บีโอไอก็จะชะลอการเก็บค่าเซอร์ชาร์จออกไปก่อน

ทั้งนี้ มีการประเมินว่าหากมีการเรียกเก็บค่าเซอร์ชาร์จจะทำให้ราคาลวดเหล็กนำเข้าเพิ่มตันละ 2.4-2.6 หมื่นบาท เหล็กไฮคาร์บอนนำเข้ามีราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 16-17 บาทเป็น 21-22 บาท

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?