posttoday
โอกาสธุรกิจตัวเล็ก มันเริ่มที่ไหน

โอกาสธุรกิจตัวเล็ก มันเริ่มที่ไหน

04 สิงหาคม 2558

ในยุคที่รายใหญ่ได้เปรียบรายย่อยในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ เงินพร้อม, คนพร้อม ...แล้วรายย่อยจะต่อกรอย่างไร?

ในยุคที่รายใหญ่ได้เปรียบรายย่อยในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ เงินพร้อม, คนพร้อม ...แล้วรายย่อยจะต่อกรอย่างไร?

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ธุรกิจยักษ์ใหญ่เขาได้เปรียบเรา เพราะเขามีคนมีฝีมือทำงานให้เขา และคนเหล่านี้นั่นแหละ ที่เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจใหญ่ได้เปรียบรายย่อย ...ใช่!! “คน” นี่แหละสำคัญที่สุด ...ธุรกิจจะรุ่งหรือร่วง ก็คือความสามารถในการหา แล้วจูงใจให้คนเก่งทำงานให้นี่คือ Key Success Factor เลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ใจร้อน อยากรีบมีธุรกิจของตัวเอง ...หลายๆ คนไม่เคยทำงานเป็นลูกจ้างเลย ...ตรงนี้ผมว่าเสียเปรียบ ...ลองคิดดูดีๆ เด็กรุ่นใหม่วันนี้หลังจากเรียนจบไม่มีประสบการณ์ทำงานจริงๆ พอไปเปิดธุรกิจ ก็คิดว่าโลกธุรกิจจะเหมือนในตำราที่เรียน หรือเหมือน Case Study ที่อาจารย์เอามาสอน ...เฮ้ย!! มันไม่ง่ายแบบนั้น

ผมบอกคุณเลยนะ สมัยเรียนที่เขาเอา Case ของธุรกิจระดับโลกมาให้นักเรียนศึกษา มันแค่กรณีศึกษา เพราะเอาเข้าจริง ประเทศไทยก็ไม่เหมือนใครแล้ว ...เวลาใช้ในชีวิตจริง เราต้องเอาความรู้มา Localize คือ ปรับให้เหมาะกับสังคมไทย

สิ่งที่ผมว่าคนรุ่นใหม่น่าไปลอง คือ ไปเป็นลูกจ้างในธุรกิจที่เราอยากจะทำ เช่น สมมติเราอยากจะเปิดร้านกาแฟ ก็ต้องไปลองเป็นลูกจ้าง Starbucks, อยากเปิดร้านอาหารลองไปเป็นลูกจ้าง MK, อยากเปิดค้าปลีก ลองไปเป็นลูกจ้าง 7-11 ...พูดง่ายๆ อยากทำธุรกิจแนวไหน ก็หาผู้นำ แล้วไปลองเป็นลูกจ้างเขา เพื่อเราจะได้เห็นว่า “ผู้นำ” ในแต่ละธุรกิจเขามีวิธีคิด และวิธีทำอย่างไร

พูดง่ายๆ อย่ามโนเองว่า ถ้าฉันไปเปิดแล้วจะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ...ไปลองศึกษาจริงๆ ซิว่าพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย เขาเหมือนในตำราที่เรียนมาหรือเปล่า

อีกอย่างที่ผมอยากแนะนำสำหรับคนที่อยากเปิดธุรกิจของตัวเอง คือ ฝึกการขาย ...เรื่องการขายสำคัญมาก เพราะทุกธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเวลาเราสมัครงาน เราก็ต้องขายตัวเอง ...ดังนั้นการฝึกเรื่องการขายเป็น Skill แรกๆ ที่คุณต้องทำได้

วิธีเริ่มง่ายที่สุด ลองไปสมัคร “ขายตรง” เป้าหมายไม่ได้จะให้คุณเป็นผู้บริหารระดับเพชรของขายตรง เพราะธุรกิจนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน แต่สิ่งที่อยากให้เรียนรู้ก็คือ “การฝึกขายจริงๆ” ...หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าตัวผมเองเริ่มทำงานอย่างแรกตอนมหาวิทยาลัย ก็เริ่มธุรกิจขายตรงนี่แหละ

คุณรู้ไหมว่า มันสร้างภูมิต้านทานในการทำธุรกิจให้ผมเป็นอย่างดี ...สิ่งแรกที่คุณจะได้เรียนจากการฝึกขายตรงก็คือ “การโดนปฏิเสธ” ...แน่นอน คุณจะผิดหวังมากกว่าสมหวัง และคุณต้องทนกับแรงเสียดทานที่คนจำนวนมากอาจไม่ชอบสิ่งที่คุณทำ

อันนี้เป็นวิธีแก้ “ความหน้าบาง” ของคนไทย ...ตรงนี้ฝรั่งเขาได้เปรียบคนไทย เพราะฝรั่งเขาสอนให้เด็กกล้า ...พูดตรงๆ คือ ฝรั่งเขาสอนให้เด็กหน้าด้าน คือ มีอะไร คิดอะไร เขาสอนให้เด็กเขาลุกขึ้นมาพูดตรงๆ เลย ...ต่างกับเด็กไทยที่ต้องเก็บความรู้สึก

เอาล่ะครับ สรุปง่ายๆ ว่า ก่อนที่ใครจะเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว ต้องสำรวจว่า

หนึ่ง เรามีประสบการณ์ในธุรกิจนั้น ซึ่งวิธีการหาประสบการณ์ง่ายที่สุด ก็คือไปสมัครเป็นลูกจ้างในธุรกิจที่อยากทำ

สอง “เรามี Skill การขายไหม” ...เรื่องการขายนี่สำคัญ เพราะทุกงานในโลกล้วนเกี่ยวข้องกับการขาย ...ดังนั้นใครไม่มีประสบการณ์ในการขายต้องลองไปฝึก ...ผมไม่ได้บอกว่าคุณต้องชอบ แต่คุณต้องทำเป็นหากคุณต้องการก้าวหน้าในการทำธุรกิจ

บอกตรงๆ ผมเองโคตรเกลียดการขาย เพราะผมเป็นคนขี้อาย หน้าบาง เวลาจะพูดอะไรที่ตัวเองได้ประโยชน์ผมจะไม่ค่อยกล้าพูด ...ซึ่งต้องขอบคุณประสบการณ์ขายตรง ที่ทำให้ผมสามารถใช้ประสบการณ์การขายนี่แหละมาใช้ในงานผมจริงๆ

หลายคนอ่านที่ผมเล่ามา อาจจะยังคิดแย้งว่า ถึงทำอย่างที่ผมพูดมาทั้งหมด ตั้งแต่เป็นลูกจ้าง และฝึกการขาย ก็ไม่ได้การันตีว่า พอออกมาทำธุรกิจตัวเองแล้วจะประสบความสำเร็จ

ถูกต้อง!! ไม่มีใครชัวร์หรอกครับว่าเราจะประสบความสำเร็จ

แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคุณ คือ ทุกธุรกิจมีหัวใจอยู่ที่คน ...องค์กรใหญ่ๆ หรืออาณาจักรใหญ่ๆ ...มันไม่ได้ล่มสลายจากศัตรูข้างนอก แต่มันล่มสลายจากข้างในต่างหาก

ในโลกแห่งความเป็นจริง เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร เพราะทุกธุรกิจเขามีปัญหาในตัวของเขาเองอยู่แล้ว ...ตัวเราต่างหากที่ต้องมาหาจุดเด่น จุดได้เปรียบ -- คุณรู้ไหมว่า วันนี้ลูกจ้างรุ่นใหม่ได้เปรียบเจ้าของธุรกิจ และได้เปรียบนายจ้าง ...เพราะวันนี้ Technology ให้โอกาสคนเหล่านี้ในการทำธุรกิจส่วนตัวไปพร้อมๆ กับงานประจำ ...ผมว่ามันไม่น่ายากเกินไปหากคุณเอาจริง

จัดไป!!

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI