posttoday
ธปท.ห่วงความเชื่อมั่นไตรมาส3ยังวูบ

ธปท.ห่วงความเชื่อมั่นไตรมาส3ยังวูบ

04 สิงหาคม 2558

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ขณะนี้ความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทยกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งและอาจจะชี้เป็นชี้ตายเศรษฐกิจได้เลย หากความเชื่อมั่นไม่ดี คนก็ไม่ใช้จ่าย ไม่ลงทุน กิจกรรมเศรษฐกิจจะซบเซา

และในไตรมาส 3 ของปีนี้ความเชื่อมั่นของนักธุรกิจก็ยังแย่อยู่ เห็นได้ชัดเจนจากผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ที่ได้สำรวจความเห็นของนักธุรกิจจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจกันในช่วงสิ้นเดือน ก.ค. 2558 ในรายงาน “แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 และแนวโน้มในไตรมาส 3 ปีนี้”  รายงานระบุว่านักธุรกิจหรือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังเห็นว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังทรงตัว ส่วนแนวโน้มภาวะธุรกิจในไตรมาส 3 ปีนี้ ผู้ประกอบการยังไม่เห็นการปรับตัวดีขึ้นที่ชัดเจน โดยมองว่าการบริโภคจะกลับมาฟื้นตัวได้เป็นปกติคงเลื่อนไปในปี 2559 จากเดิมที่คาดว่าอาจฟื้นตัวได้ภายในปีนี้

สาเหตุที่ส่วนใหญ่มองการบริโภคหรือการจับจ่ายในประเทศจะเลือกออกไปปกติในปีหน้า เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่สำคัญ โดยยอดขายสินค้ายังไม่ปรับดีขึ้นชัดเจน ราคาสินค้าเกษตรที่สะท้อนรายได้ภาคเกษตรยังไม่ปรับดีขึ้น ประกอบกับปัจจุบันมีปัจจัยลบจากความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภัยแล้งที่รุนแรงกว่าปีก่อนและการส่งออกสินค้าที่ยังซบเซา สอดคล้องกับผลสำรวจความเห็นของสถาบันการเงินที่เห็นว่าในไตรมาส 3 ปีนี้ความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยลง เพราะกำลังซื้อในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยยังอ่อนแอจากหนี้ครัวเรือนที่สูงและรายได้เกษตรกรที่ต่ำต่อเนื่อง ส่วนผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงแม้จะมีกำลังซื้อ แต่ยังขาดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในอนาคตจึงระมัดระวังการใช้จ่าย

ด้านการลงทุนภาคเอกชนในไตรมาส 3 นี้ นักธุรกิจยังมองว่าทรงตัว สะท้อนได้จากผลสำรวจความเห็นของสถาบันการเงินต่อแนวโน้มภาวะสินเชื่อของภาคธุรกิจที่ขยายตัวได้ไม่มาก สอดคล้องกับผลการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่พบว่า ธุรกิจส่วนใหญ่ยังชะลอการลงทุนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดี มีสัญญาณการขยายตัวของการลงทุนบ้างในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พลังงานทดแทน และการค้าปลีกส่งขนาดใหญ่ (Modern Trade) ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนมองว่าจะมีการออกไปลงทุนนอกประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

สำหรับภาคการส่งออกในภาพรวมทั้งปียังเป็นความซบเซาต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการมองว่าค่าเงินบาทที่ปรับอ่อนค่าลงในช่วงก่อนหน้ายังไม่ส่งผลให้ปริมาณคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่คาดว่าภายในไตรมาส 3 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกบางส่วนจะเริ่มได้รับผลดีจากเงินบาทที่อ่อนค่าบ้าง อาทิ ผู้ส่งออกข้าวที่จะปรับลดราคาสินค้าได้บ้าง เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่คาดว่าปริมาณคำสั่งซื้อจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การจ้างงานก็มีแนวโน้มทรงตัวตามแนวโน้มการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ แต่ยอมรับว่า มีบางกลุ่มธุรกิจจะมีการลดการใช้แรงงานลงบ้าง จากสายป่านที่สั้นลงเรื่อยๆ ต่างจากธุรกิจค้าส่งค้าปลีกที่มีการขยายสาขาและธุรกิจบริการท่องเที่ยวที่ยังต้องการจ้างงานเพิ่มขึ้น สามารถทดแทนแรงงานส่วนที่ลดลงได้บวกกับผู้ประกอบการบางส่วนยังคงรอความชัดเจนและความสามารถในการทำตามแผนการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งอาจเป็นความหวังที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไปด้วย

สำหรับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว แม้การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องของภาคธุรกิจและผู้บริโภคได้บางส่วน แต่ไม่ส่งผลต่อการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการยังต้องปรับตัวด้วยการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนทรงตัวเนื่องจากกำลังการผลิตที่มีอยู่ยังเพียงพอ ด้านการส่งออกสินค้าชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจของคู่ค้าโดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากจีนและกลุ่มอาเซียนที่ชะลอลง ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับดีขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของตลาดบนที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่วนภาคการท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญช่วยพยุงเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค