posttoday
บาทอ่อนแต่ส่งไม่ออก

บาทอ่อนแต่ส่งไม่ออก

01 สิงหาคม 2558

ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำสถิติใหม่ ดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับภาคส่งออกของไทย ที่หวังว่าเงินบาทอ่อนจะทำให้ราคาสินค้าไทยถูกลงและส่งออกได้ดีขึ้น

ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำสถิติใหม่ ดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับภาคส่งออกของไทย ที่หวังว่าเงินบาทอ่อนจะทำให้ราคาสินค้าไทยถูกลงและส่งออกได้ดีขึ้น

แต่การอ่อนค่าของเงินบาทรอบนี้ เป็นการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วจนผู้ส่งออกตั้งตัวไม่ทัน ค่าเงินบาทในวันที่ 31 ก.ค. อ่อนค่าหลุด 35 บาท/เหรียญสหรัฐ มีปัจจัยหลักมาจากการที่ค่าเงินริงกิตมาเลเซียเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็วจากที่เคยอยู่ที่ประมาณ 3.81 ริงกิต/เหรียญสหรัฐ เป็น 3.84 ริงกิต/เหรียญสหรัฐอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาครวมทั้งเงินบาทอ่อนตาม

ขนาดที่ จันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังเป็นห่วงว่าการอ่อนค่าของเงินบาทที่รวดเร็วเกินไปอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงิน

“การอ่อนค่าของเงินบาทไม่ได้มาจากการไหลออกของเงินทุน ซึ่งธปท.ยังติดตามภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดและพร้อมเข้าดูแลเพื่อไม่ให้ความผันผวนของค่าเงินบาทสูงเกินไป” จันทวรรณ กล่าว

ความเป็นห่วงของ ธปท.ไม่ได้มโนเอาเอง แต่มาจากปัจจัยภายนอกล้วนๆ ได้แก่ ตลาดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือน ก.ย. 2558 ที่ชัดเจนขึ้น หลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด เมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. 2558 ระบุว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หากตลาดแรงงานของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเพิ่มเติม

ประกอบกับการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี โดยเฉพาะตัวเลขตลาดแรงงานที่ออกมาดีกว่าคาดและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) ไตรมาส 2/2558 ที่ขยายตัวจากไตรมาสแรก

นอกจากนี้ มาจากความกังวลต่อปัญหาหนี้กรีซหลังมีรายงานข่าวว่าไอเอ็มเอฟจะยังไม่เข้าร่วมการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพิ่มเติมแก่กรีซ เนื่องจากมูลค่าหนี้ที่สูงมากของกรีซ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมากรีซไม่สามารถดำเนินการปฏิรูปได้ดีเพียงพอ ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าภายในสัปดาห์เดียวเกือบ 1 บาท/เหรียญสหรัฐ หรืออ่อนค่าลง 0.9% จากสัปดาห์ที่แล้ว

“ความผันผวนของค่าเงินบาทปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5.8% เร่งตัวขึ้นจากระดับประมาณ 4.3% ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา” จันทวรรณ กล่าว

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงทะลุ 35 บาท/เหรียญสหรัฐเมื่อวานนี้ นับเป็นการอ่อนค่าที่เร็วเกินไป โดยเดือน ก.ค.เดือนเดียวเงินบาทอ่อนค่าลงถึง 4% และตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 6.5% แต่ยังสอดคล้องกับประเทศเพื่อนบ้านที่อ่อนค่าลงในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับคาดการณ์เงินบาทในสิ้นปีนี้เป็น 36 บาท/เหรียญสหรัฐ จาก 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ให้ไว้ตั้งแต่ต้นปี ในกรณีที่เกิดสงครามค่าเงินในภูมิภาค ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสนับสนุนค่าเงินช่วยผู้ส่งออก และหากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงปีนี้ มีโอกาสที่บาทจะอ่อนเกิน 36 บาทได้

อมรเทพแสดงความเป็นห่วงกลุ่มผู้ส่งออกและนำเข้าที่มีธุรกรรมค่าเงิน ต้องเตรียมพร้อมรับการผันผวนแรงในช่วงก่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ แม้เงินบาทจะอยู่ในทิศทางอ่อนค่า แต่อ่อนจากแรงคาดการณ์หรือเก็งกำไร ซึ่งไม่มีความแน่นอน เพราะมีโอกาสที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าหากสหรัฐเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ย จึงไม่อยากให้ผู้ส่งออกหวังค่าเงินอ่อนในอนาคต

อย่างไรก็ดี จันทวรรณ ระบุว่า แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าเร็วมาก แต่เมื่อเทียบกับต้นปี 2558 แล้ว เงินบาทยังอ่อนค่าน้อยกว่าเงินริงกิตของมาเลเซียที่อ่อนค่าลงประมาณ 8.4% และเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลงประมาณ 8% โดยเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 6.7%

“การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้สอดคล้องกับเงินภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยในตลาดการเงินโลก และเป็นการปรับตัวตามค่าเงินของประเทศอื่นๆ ที่ได้อ่อนลงไปก่อนหน้านี้มาเป็นเวลาหนึ่งแล้ว” จันทวรรณ กล่าว

ไม่เพียงแต่เงินบาทอ่อนค่าเร็วจะส่งผลต่อตลาดเงินเท่านั้น ทางด้านตลาดทุนก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยหนักตลอด 3 วันติดต่อกัน ตั้งแต่วันที่ 27-29 ก.ค. ก่อนตลาดหยุดทำการในวันอาสาฬหบูชา และกลับมาซื้อคืนมากถึง 2,904 ล้านบาท เมื่อวันที่ 31 ก.ค. สนับสนุนให้ดัชนีเด้งแรงและปิดที่จุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,440.12 จุด บวก 22.63 จุด คิดเป็น 1.6%

ทั้งนี้ รวมทั้งเดือน ก.ค. 2558 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยมากถึง 26,424.71 ล้านบาท

ด้าน รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า การที่เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงนี้อย่างน้อยคงช่วยให้รายได้ในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้น เพราะจากข้อมูลในไตรมาส 2 ปีนี้ มูลค่าส่งออกในรูปเงินเหรียญสหรัฐติดลบไป 5.5% แต่ในรูปเงินบาทติดลบแค่ 3.1% ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าค่าเงินบาทจะช่วยส่งออกให้ดีขึ้นชัดเจน ส่วนหนึ่งเพราะออร์เดอร์ที่เข้ามาเป็น
ออร์เดอร์ที่ได้มาก่อนค่าเงินบาทจะอ่อนลงมาระดับนี้ ต้องให้เวลาดูผลก่อน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินบาทของไทย ในเดือน ก.ค.มีแนวโน้มที่จะเป็นเดือนที่ปรับตัวอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 ภายหลังจากที่ทางรัฐบาลไทยได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยอดการส่งออกที่ได้จุดชนวนให้เกิดทุนไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์ของไทย ท่ามกลางสถานการณ์ที่เฟดเตรียมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

“ค่าเงินบาทปรับตัวลงไปตามค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ามากขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยก็ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย”ซึโทมุ โซมะ ผู้จัดการด้านธุรกิจตราสารหนี้ของราคูเท็น ซีเคียวริตี้ อิงค์ ในกรุงโตเกียว กล่าว

นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า แม้ค่าเงินบาทในช่วงนี้จะอ่อนลง แต่ยังไม่มีการสั่งซื้อสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังหดตัว

“สาเหตุที่ช่วงนี้ไม่มีออร์เดอร์สินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะได้มีการทำการตกลงซื้อขายล่วงหน้า แต่อาจมีสินค้าบางอย่างที่อาจมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่ม เนื่องจากมาร์จิ้นในตลาดยังน้อย คือ สินค้าพวกเอสเอ็มอี ข้าว เป็นต้น แม้ค่าบาทอ่อนแต่ก็ไม่ได้ช่วยการส่งออกทันตาเห็น” นพพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ระยะยาวหากค่าบาทอ่อนต่อเนื่อง ประกอบกับไม่มีการลงทุนในไทย ส่งผลให้เงินไหลออก อาจไม่ดีกับสถานการณ์การส่งออกและสภาพเศรษฐกิจของไทยมากนัก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน