
เมลอน ‘น้ำสันทราย’ ผลไม้เศรษฐกิจเมืองปทุมฯ
นอกจากความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งทำนาสำคัญแล้ว ปทุมธานียังมีผลิตผลการเกษตรอีกหลายชนิด
โดย...พงศ์พัทธ์ วงษ์ยะลา
นอกจากความเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งทำนาสำคัญแล้ว ปทุมธานียังมีผลิตผลการเกษตรอีกหลายชนิด และช่วง 3 ปีมานี้ ก็มีการปลูกเมลอนเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่สำหรับ จ.ปทุมธานี
ชาญ พวงเพ็ชร์ นายก อบจ.ปทุมธานี บอกว่า หลังจากการทดลองปลูกแล้วประสบความสำเร็จได้ผลผลิตที่ดี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และใช้น้ำน้อย ดูแลรักษาง่าย จึงเตรียมจะถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรชาว จ.ปทุมธานี ที่สนใจต่อไป
ด้าน ธนกร พัฑนราช เป็นผู้จัดการไร่ “NAM SUN SAI PREMIUM MELON” ผู้บุกเบิกการปลูกเมลอนในพื้นที่กว่า 200 ไร่ ที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี บอกว่า เมลอนถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่ตลาดมีความต้องการสูง จึงเสนอต่อ มีชัย ภัทรประสิทธิ์ เพื่อพลิกโฉมที่ดินรกร้างให้เป็นไร่เมลอน
“การปลูกเมลอนโดยทั่วไปจะนิยมปลูกกันในที่โล่งแจ้ง แต่มีผลเสียมากกว่าผลดี จึงตัดสินใจลงทุนสร้างโรงเรือนจำนวน 2 โรงเรือน ทดลองปลูกเมลอนจนประสบผลสำเร็จ และขยายเพิ่มจำนวนโรงเรือนเป็น 88 โรงเรือน จนถึงปัจจุบัน ผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด มี GAP รับรองความปลอดภัยมั่นใจในการบริโภค ภายใต้ชื่อสินค้า “NAM SUN SAI PREMIUM MELON” ผลไม้เพื่อสุขภาพ เมลอนพันธุ์กาเรีย สีเหลือง เม็ดเนื้อเขียว เม็ดเนื้อส้ม ซึ่งเป็นการปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นมาเอง”
ธนกร บอกว่า จุดเด่นของเมลอนน้ำสันทราย คือ เป็นผลไม้เกษตรอินทรีย์ ปราศจากสารเคมี ตลาดใหญ่คือวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ และศูนย์การค้าสยามพารากอน รวมทั้งจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาเยี่ยมชมไร่เมลอน
“การปลูกจะใช้เวลา 60-75 วัน ผลผลิตโรงเรือนละประมาณ 300-400 กก. ซึ่งสร้างรายได้ให้อย่างน่าพอใจ จะมีการเติบโตและออกผลผลิตได้ดีในช่วงฤดูร้อน และการเจริญเติบโตจะช้าลงในช่วงของฤดูหนาว ใน 1 โรงเรือนสามารถปลูกต้นเมลอนได้ 800-900 ต้น การเก็บผลผลิตจะเก็บตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ คือ แบ่งออกเป็นเกรด A, B และ C”
ต้องคอยดูต่อไปว่า เมลอนจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของ จ.ปทุมธานี หรือไม่







