posttoday
ไทยคมยันไม่เคยทำผิดสัญญา

ไทยคมยันไม่เคยทำผิดสัญญา

08 กรกฎาคม 2553

ไทยคมยืนยัน ทุกประเด็นถูกต้องตามสัญญา  เซ็งทำอะไรก็ผิดทั้งที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว 

ไทยคมยืนยัน ทุกประเด็นถูกต้องตามสัญญา  เซ็งทำอะไรก็ผิดทั้งที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว 

นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์  ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร บริษัท ไทยคม เปิดเผยว่า  ไทยคมยืนยันว่าได้ดำเนินการตามสัญญาสัมปทานที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยในทุกประเด็นที่คณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535  หรือ พ.ร.บ. ร่วมทุน สรุปว่าไทยคมมีความผิด

สำหรับ 3 ประเด็นดังกล่าวคือ  การไม่ยิงดาวเทียมสำรองไทยคม 3 แต่เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นไอพีสตาร์ที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) แทน การลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 51% เหลือ 40% และการไม่คืนเงินประกันที่ไทยคม 3 ปลดระวางก่อนกำหนด 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

ทั้งนี้ ไทยคมยืนยันว่า ดาวเทียมไอพีสตาร์ หรือไทยคม 4 นั้น คือ ดาวเทียมสำรองไทยคม 3  แต่เห็นว่าเทคโนยีบรอดแบนด์มีคุณสมบัติที่ดีกว่าไทยคม 3 ที่รองรับการใช้งานกระจายภาพ (บรอดคาสต์) ได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงไอซีทีแล้ว  รวมทั้งยังนำส่งรายได้เข้ารัฐมากขึ้นจากการที่ดาวเทียมสามารถรองรับจำนวนลูกค้าได้เพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนประเด็นการลดสัดส่วนการถือหุ้นนั้น รัฐบาลในชุดนั้นมีความเห็นว่าไม่ต้องนำเข้าครม.เอง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของไทยคม  แต่หากรัฐบาลชุดนี้ต้องการให้ ทาง ชิน คอร์ปอเรชั่น เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นกลับเท่าเดิม  ชิน คอร์ปพร้อมดำเนินการ 

ขณะที่เรื่องเงินประกันนั้น   ไทยคมได้นำคืนกระทรวงไอซีทีแล้ว แต่ทางไอซีทีเป็นผู้อนุมัติให้นำเงินดังกล่าวไปเช่าใช้ดาวเทียมต่างประเทศระหว่างที่รอยิงไทยคม 5 ขึ้นไปทดแทนไทยคม 3 เอง เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบกับลูกค้าของไทยคม 3 

“เหมือนตอนนี้ไทยคมทำอะไรก็ผิดไปหมด  เพราะรัฐบาลชุดนี้มีความเห็นต่างกับชุดก่อนซึ่งเป็นผู้อนุมัติในประเด็นต่างๆ  ซึ่งไทยคมมีเอกสารยืนยัน  ดังนั้น การที่รัฐบาลชุดนี้จะยึดสัมปทานไทยคมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไทยคมไม่ผิด ” นายอารักษ์กล่าว

นายอารักษ์ กล่าวว่า  การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตนั้นจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหากไทยคมกับรัฐบาลยังมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เบื้องต้นเชื่อว่า จะสามารถเจรจากับกระทรวงไอซีทีได้ใน 3 ประเด็นที่ทางคณะกรรมการมาตรา 22 ต้องการให้ดำเนินการ 

อย่างไรก็ตาม  ภาครัฐต้องพิจารณาด้วยว่า  สิ่งที่ต้องการให้ไทยคมทำนั้นจำเป็นมากพอ เช่น การยิงดาวเทียมสำรองไทยคม 3 ขณะที่ความต้องการ (ดีมานด์) ยังมีไม่มากพอ  รวมทั้งไอพีสตาร์มีคุณสมบัติดีกว่าและสร้างผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐได้มากกว่า

นอกจากนี้  หากไทยคมดำเนินการใดๆ ไม่ถูกต้องจริงตามที่คณะกรรมการมาตรา 22 มีความเห็น ทางไอซีทีควรมีเอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมาไทยคมไม่เคยได้รับเอกสารเลยสักฉบับเดียว

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน