
ไทยคมยันไม่เคยทำผิดสัญญา
ไทยคมยืนยัน ทุกประเด็นถูกต้องตามสัญญา เซ็งทำอะไรก็ผิดทั้งที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว
ไทยคมยืนยัน ทุกประเด็นถูกต้องตามสัญญา เซ็งทำอะไรก็ผิดทั้งที่รัฐบาลอนุมัติแล้ว
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ ประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร บริษัท ไทยคม เปิดเผยว่า ไทยคมยืนยันว่าได้ดำเนินการตามสัญญาสัมปทานที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยในทุกประเด็นที่คณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ. ร่วมทุน สรุปว่าไทยคมมีความผิด
สำหรับ 3 ประเด็นดังกล่าวคือ การไม่ยิงดาวเทียมสำรองไทยคม 3 แต่เปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นไอพีสตาร์ที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) แทน การลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 51% เหลือ 40% และการไม่คืนเงินประกันที่ไทยคม 3 ปลดระวางก่อนกำหนด 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
ทั้งนี้ ไทยคมยืนยันว่า ดาวเทียมไอพีสตาร์ หรือไทยคม 4 นั้น คือ ดาวเทียมสำรองไทยคม 3 แต่เห็นว่าเทคโนยีบรอดแบนด์มีคุณสมบัติที่ดีกว่าไทยคม 3 ที่รองรับการใช้งานกระจายภาพ (บรอดคาสต์) ได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงไอซีทีแล้ว รวมทั้งยังนำส่งรายได้เข้ารัฐมากขึ้นจากการที่ดาวเทียมสามารถรองรับจำนวนลูกค้าได้เพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนประเด็นการลดสัดส่วนการถือหุ้นนั้น รัฐบาลในชุดนั้นมีความเห็นว่าไม่ต้องนำเข้าครม.เอง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของไทยคม แต่หากรัฐบาลชุดนี้ต้องการให้ ทาง ชิน คอร์ปอเรชั่น เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นกลับเท่าเดิม ชิน คอร์ปพร้อมดำเนินการ
ขณะที่เรื่องเงินประกันนั้น ไทยคมได้นำคืนกระทรวงไอซีทีแล้ว แต่ทางไอซีทีเป็นผู้อนุมัติให้นำเงินดังกล่าวไปเช่าใช้ดาวเทียมต่างประเทศระหว่างที่รอยิงไทยคม 5 ขึ้นไปทดแทนไทยคม 3 เอง เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบกับลูกค้าของไทยคม 3
“เหมือนตอนนี้ไทยคมทำอะไรก็ผิดไปหมด เพราะรัฐบาลชุดนี้มีความเห็นต่างกับชุดก่อนซึ่งเป็นผู้อนุมัติในประเด็นต่างๆ ซึ่งไทยคมมีเอกสารยืนยัน ดังนั้น การที่รัฐบาลชุดนี้จะยึดสัมปทานไทยคมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไทยคมไม่ผิด ” นายอารักษ์กล่าว
นายอารักษ์ กล่าวว่า การเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตนั้นจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหากไทยคมกับรัฐบาลยังมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่เบื้องต้นเชื่อว่า จะสามารถเจรจากับกระทรวงไอซีทีได้ใน 3 ประเด็นที่ทางคณะกรรมการมาตรา 22 ต้องการให้ดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐต้องพิจารณาด้วยว่า สิ่งที่ต้องการให้ไทยคมทำนั้นจำเป็นมากพอ เช่น การยิงดาวเทียมสำรองไทยคม 3 ขณะที่ความต้องการ (ดีมานด์) ยังมีไม่มากพอ รวมทั้งไอพีสตาร์มีคุณสมบัติดีกว่าและสร้างผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐได้มากกว่า
นอกจากนี้ หากไทยคมดำเนินการใดๆ ไม่ถูกต้องจริงตามที่คณะกรรมการมาตรา 22 มีความเห็น ทางไอซีทีควรมีเอกสารแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่ที่ผ่านมาไทยคมไม่เคยได้รับเอกสารเลยสักฉบับเดียว







