posttoday
ต่างชาติยังเมินไทยขายหนีการเมือง

ต่างชาติยังเมินไทยขายหนีการเมือง

08 กรกฎาคม 2553

ทิสโก้ เผยผลโรดโชว์ลูกค้าสถาบันที่ลอนดอน มรสุมยุโรป ปัญหาการเมือง ลูกค้าบางรายถือหุ้นไทยเพียง 2-4 บริษัท

ทิสโก้ เผยผลโรดโชว์ลูกค้าสถาบันที่ลอนดอน มรสุมยุโรป ปัญหาการเมือง ลูกค้าบางรายถือหุ้นไทยเพียง 2-4 บริษัท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยถึงผลจากการไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) กับลูกค้าสถาบันต่างประเทศที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประมาณ 20 กองทุน เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ได้เสียงตอบรับปานกลาง โดยประเด็นหลักมาจากปัญหาการเงินในยุโรป ทำให้ต้องถอนเงินลงทุนไป ขณะที่การเมืองไทยเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระทบความเชื่อมั่นในการลงทุน ทำให้น้ำหนักความสนใจในตลาดหุ้นไทยเหลือน้อยลง

“ลูกค้าสถาบันของเราบางรายถือหุ้นไทยเหลือเพียง 2-4 บริษัทเท่านั้น ซึ่งถ้ามองในแง่ดี หากความเชื่อมั่นกลับมาก็จะมีแรงซื้อทำให้หุ้นปรับขึ้นได้เร็ว” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับคำถามหลักๆ ยังให้น้ำหนักกับประเด็นการเมืองว่ายุติลงหรือยัง และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งต้องยอมรับว่าหุ้นไทยมีจุดที่น่าสนใจ คือ ราคาหุ้นที่ยังถูกและเศรษฐกิจมหภาคอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพียงแต่ถูกรบกวนด้วยปัญหาการเมืองในประเทศ ส่วนเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น ถือว่าไม่ได้เป็นตัวแปรหลัก เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าปัจจัยในประเทศยังไม่เรียบร้อยดี

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ครึ่งปีหลังเงินจะไหลกลับเข้ามาลงทุนหุ้นไทยหรือไม่นั้น ปัจจัยหลักที่รอดู คือ ความชัดเจนการแก้ไขปัญหาหนี้ในแถบยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

“ตอนนี้สภาพคล่องไหลเข้าตลาดพันธบัตรจำนวนมาก เห็นได้จากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ที่ให้อัตราผลตอบแทน 2.9% ซึ่งถือว่าต่ำมาก เพราะปกติไม่ควรต่ำกว่า 3%” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับสาเหตุที่ดัชนีหุ้นไทยกระเตื้องขึ้นมาอยู่เหนือ 800 จุด มาจากแรงซื้อนักลงทุนในประเทศทั้งนั้น ซึ่งทิสโก้กำลังพิจารณาเพิ่มเป้าหมายดัชนีของปีนี้ใหม่ จากเป้าเดิมคาดไว้ 815-820 จุด

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ 814.68 จุด ลดลง 0.84 จุด มูลค่าการซื้อขายมากถึง 31,565 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ 17 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า ตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงตลาดหุ้นไทยอยู่ในระหว่างการสร้างฐาน หลังจากดัชนีขึ้นมามากระดับหนึ่ง แม้ไม่มีข่าวลบใหม่ๆ ออกมาก็ตาม ทำให้ราคาหุ้นตัวใหญ่ลดลงหรือปรับตัวขึ้นไม่มากนัก นักลงทุนหันไปสนใจบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มีข่าวสนับสนุน

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ราคาหุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ปรับขึ้นแรงถึง 17.50 บาท ก่อนย่อมาปิดที่ 14.70 บาท บวก 1.20 บาท หรือ 8.89% มูลค่าซื้อขายมากกว่า 902 ล้านบาท เพราะมีกระแสข่าวว่า BJC เป็นหนึ่งในผู้สนใจซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย

ขณะที่สถาบันวิจัยนครหลวงไทย ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) และ BJC จะซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย โดยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบิ๊กซีฯ จะเหมาะกว่า

“หาก BIGC สนใจซื้อกิจการคาร์ฟูร์จริง จะต้องใช้เงินลงทุนกว่า 1.5-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะต้องกู้ยืมหรือเพิ่มทุน” นายไพบูลย์ กล่าว

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. หุ้นบริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส (INOX) มีบิ๊กล็อต 4 รายการ จำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าซื้อขาย 290 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 1.45 บาท m

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน