ส.ขอนแก่นเพิ่มกำลังผลิตอาหารทะเลแปรรูป
ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ทุ่ม 350 ล้านบาทเพิ่มกำลังผลิตอาหารทะเลแปรรูป รับตลาดในและต่างประเทศ ตั้งเป้าโต15%
ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ทุ่ม 350 ล้านบาทเพิ่มกำลังผลิตอาหารทะเลแปรรูป รับตลาดในและต่างประเทศ ตั้งเป้าโต15%
นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทยครอบคลุมตั้งแต่เนื้อหมู เนื้อปลาและเนื้อไก่ เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯ ใช้งบลงทุนกว่า 350 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอาหารทะเลแปรรูปกลุ่มลูกชิ้นซีฟู้ดเป็น 15,000 ตันต่อปี จากเดิมที่มีกำลังการผลิต 9,000 ตันต่อปี บนพื้นที่ 34 ไร่ โดยสั่งซื้อเครื่องจักรตัดหัวปลาและแยกเนื้อปลา ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย สามารถลดการพึ่งพาแรงงานในสายการผลิตได้ 30% โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เริ่มเดินเครื่องจักรผลิตอาหารทะเลแปรรูปกลุ่มลูกชิ้นจากสายการผลิตใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ กำลังการผลิตสินค้ากลุ่มลูกชิ้นที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีศักยภาพการแข่งขันและทำตลาดเพื่อผลิตสินค้าลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งและลูกชิ้นปลาหมึกของกลุ่ม ส.ขอนแก่น ที่มีหลายแบรนด์ เช่น แต้จิ๋ว กวางเจา เกาลูน มหาชัย โอเด้ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับแผนขยายตลาดและกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางตลาดสด ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงผลักดันการส่งออกไปยังตลาดในกลุ่ม AEC นอกเหนือจากตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น เกาหลี อิสราเอล และออสเตรเลีย
“กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส.ขอนแก่นก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปกลุ่มลูกชิ้นรายใหญ่ของโลก และช่วยผลักดันศักยภาพแข่งขันการทำตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกชิ้นของเราได้ดีขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศที่มีความต้องการบริโภคสูงขึ้น ซึ่งเรามั่นใจว่า จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นที่มีส่วนแบ่งมากกว่า 55% ไว้ได้ และช่วยผลักดันเป้าหมายยอดขายโดยรวมของเราในปีนี้ให้เติบโตได้ 15% ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้”นายเจริญ กล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้เตรียมทดลองการเดินเครื่องจักร (TEST RUN) สายการผลิตของโรงงานอาหารขบเคี้ยวที่อยู่ในระหว่างรอการพิจารณาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล ภายใต้แบรนด์ ‘ออง-เทร่’ ที่ใช้วัตถุดิบจากเนื้อปลาและเนื้อไก่ เพื่อผลิตสินค้ารองรับการรุกขยายตลาดอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มลูกค้ามุสลิมในกลุ่มประเทศ AEC และตะวันออกกลางอีกด้วย


