
สรรพสามิตเก็บภาษีทะลุเป้า8.63หมื่นล้านบาท
กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีประจำเดือนมิถุนายน 2553 กว่า 3.36 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 9.6 พันล้านบาท ส่งผลให้ในรอบ 9 เดือน ของปีงบประมาณ 2553 จัดเก็บได้ สูงกว่าเป้าหมาย 8.63 หมื่นล้านบาท
กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีประจำเดือนมิถุนายน 2553 กว่า 3.36 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 9.6 พันล้านบาท ส่งผลให้ในรอบ 9 เดือน ของปีงบประมาณ 2553 จัดเก็บได้ สูงกว่าเป้าหมาย 8.63 หมื่นล้านบาท
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตเดือนมิ.ย. 2553 ว่า สามารถจัดเก็บภาษีได้รวม 3.36 หมื่นล้านบาท สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 7,425 ล้านบาท หรือ 28.32% และสูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ จำนวน 9,642 ล้านบาท หรือ 40.17%
สำหรับรายได้ภาษีสรรพสามิตในเดือนมิถุนายน 2553 ที่กรมสรรพสามิตสามารถจัดเก็บได้สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้ จำนวน 1.25 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการ จำนวน 3,830 ล้านบาท หรือ 43.87% 2.ภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้จำนวน 7,098 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการ จำนวน 3,570 ล้านบาท หรือ 101.19% 3.ภาษียาสูบ จัดเก็บได้จำนวน 4,946 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการจำนวน 1,805 ล้านบาท หรือ 57.48%
4.ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้จำนวน 4,408 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการเล็กน้อยจำนวน 391 ล้านบาท หรือ 9.76% 5.ภาษีสุรา จัดเก็บได้จำนวน 2,777 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ จำนวน 201 ล้านบาท หรือ 6.77 %
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ภาษีสุราจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ทำให้กระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีสุราในเดือน มิ.ย.ต่ำกว่าประมาณการ
สำหรับ ผลการจัดเก็บรายได้รอบ 9 เดือนปีงบประมาณ 2553 จัดเก็บได้จำนวน 3.06 แสนล้านบาท สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวน 1 แสนล้านบาท และสูงกว่าประมาณการจำนวน 8.63 หมื่นล้านบาท หรือ 39.26% โดยภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน จัดเก็บได้สูงสุด จำนวน 1.15 แสนล้านบาท รองลงมาได้แก่ ภาษีรถยนต์ จัดเก็บได้จำนวน 5.57 หมื่นล้านบาท ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ภาษียาสูบ จัดเก็บได้จำนวน 4.01 หมื่นล้านบาท และ ภาษีสุรา จัดเก็บได้จำนวน 3.24 หมื่นล้านบาท
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตจะเป็นไปตามประมาณการที่กระทรวงการคลังกำหนด คือ 3.66 แสน ล้านบาท เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น







