
แนะผนวกกม.ล้มละลาย ล้างบางแก๊งแชร์ลูกโซ่
"ปิยะวัฒก์” แนะบูรณาการกฎหมายล้มละลาย-ปปง.ล้างบางแชร์ลูกโซ่ เร่งเยียวยาผู้เสียหาย
"ปิยะวัฒก์” แนะบูรณาการกฎหมายล้มละลาย-ปปง.ล้างบางแชร์ลูกโซ่ เร่งเยียวยาผู้เสียหาย
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า การดำเนินคดีแชร์ลูกโซ่ควรต้องบูรณการการใช้กฎหมายให้เด็ดขาด เพื่อให้สามารถบังคับกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเยียวยาผู้เสียหายได้เร็วขึ้น โดยนอกจากกฎหมายว่าด้วยกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงเป็นหลักแล้ว ยังควรต้องดำเนินคดีล้มละลาย และคดีอาญาฟอกเงิน คู่ขนานกันไปด้วย เนื่องจากผู้กระทำผิดจะยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังบัญชีของบุคคลในครอบครัวและผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด รวมทั้งการนำเงินไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ อันเข้าข่ายเป็นความผิดอาญาฐานฟอกเงิน
นอกจากนี้ แชร์ลูกโซ่ยังเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน จึงไม่จำเป็นต้องรอผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษ หน่วยงานของรัฐ เช่น ดีเอสไอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตำรวจ และกระทรวงการคลัง สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีได้ แต่ควรต้อง
บูรณาการกฎหมายและการทำงานร่วมกันก่อน
ความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยคุ้มครองและเยียวยาผู้เสียหายได้เร็วขึ้น เนื่องจากการฟ้องคดีล้มละลายให้อำนาจอัยการฟ้องผู้ต้องหาได้ โดยไม่ต้องรอให้ฟ้องคดีอาญาเป็นจําเลยต่อศาลก่อน และไม่ต้องรอให้ศาลพิพากษาถึงที่สุด อีกทั้งมีเจตนารมณ์ให้ศาลดําเนินกระบวนพิจารณาไปตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายจนสิ้นสุด ไม่อาจขอทุเลาการบังคับอย่างคดีแพ่ง และไม่อาจขอให้งดหรือระงับการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไว้ได้
“ปกติคดีแชร์ลูกโซ่จะใช้เวลาการพิจารณาคดียาวนานมาก บางคดีอาจจะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีกว่าคดีจะสิ้นสุด ในขณะที่การนำกฎหมายล้มละลายมาบังคับใช้ ศาลจะมีการพิจารณามีหนี้สิ้นล้นพ้นตัวหรือไม่ และจะมีการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในขณะที่ ปปง.จะทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสืบทรัพย์เพื่อยึดอายัด เมื่อได้ทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดคดีแชร์ลูกโซ่มาก็สามารถนำมาขายทอดตลาด เพื่อที่จะชำระหนี้คืนหรือเยียวยาผู้เสียหายได้ โดยใช้เวลาเพียง 1-2 ปี เท่านั้น” พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าว







