
ประสาร ลั่น ประชาชนต้องเข้าถึงแหล่งทุน
“ประสาร” ย้ำภารกิจว่าที่ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชาชนต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนในราคา และคุณภาพที่เหมาะสม สถาบันการเงินต้องคำนึงจริยธรรม
“ประสาร” ย้ำภารกิจว่าที่ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชาชนต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนในราคา และคุณภาพที่เหมาะสม สถาบันการเงินต้องคำนึงจริยธรรม
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวในงาน “ธุรกิจเพื่อสังคม พลังขับเคลื่อนปฎิรูปประเทศไทย” ว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ให้ภารกิจหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)โดยต้องการให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในราคา และคุณภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีภารกิจ ดูแลเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ต้องพิจารณาปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งเรื่องการจ้างงาน และการดูแลสถาบันการเงิน
นายประสาร กล่าวว่า ยอมรับว่าระยะเวลานี้ การปรับดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะปกติเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับธปท. โดยมองว่าเดือนส.ค.น่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนจะเห็นดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปอยู่ที่ 2% ในปลายปีนี้
นายประสาร กล่าวว่า สถาบันการเงินต้องคำนึงใน 3 ด้านคือ ราคา กลไลตลาด และจริยธรรมในด้านกลไกตลาดนั้น ขณะนี้เริ่มมีคำถามต่อธนาคารพาณิชย์ว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM) สูงไปหรือไม่ ซึ่งหากเทียบกับประเทศต่าง ๆ ขณะนี้จะพบว่า ประเทศไทยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่หากเทียบกับประเทศด้อยพัฒนา ประเทศไทยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิต่ำกว่า ที่เป็นอย่างนี้ เพราะประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีรายได้ค่าธรรมเนียมมาก สามารถนำรายได้ส่วนนี้ชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยที่ต่ำได้
อย่างไรก็ดีหากมีการพูดถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ แต่ละกลุ่มลูกค้าก็จะแตกต่างกัน อย่างกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ ธนาคารพาณิชย์ได้รับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิต่ำมาก หรือบางกรณีเข้าข่ายขาดทุนด้วยซ้ำ เนื่องจากลูกค้าขนาดใหญ่มีทางเลือกมาก สถาบันการเงินจึงแข่งขันสูง ขณะที่ลูกค้าที่มีเครดิตน้อย ก็จะถูกมองว่ามีความเสี่ยงจากเครดิต จึงถูกคิดอัตราดอกเบี้ยสูง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิลูกค้ากลุ่มนี้จึงสูงไปด้วย ทั้งนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในปี 2552 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.2-3.3%
นายประสาร กล่าวว่า กลไกของรัฐบาล เช่น บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ถ้าใช้เป็นส่วนผสมที่เหมาะสม ก็จะทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในราคาและคุณภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สถาบันการเงินต้องคำนึงถึงคือ จริยธรรม เพราะไม่เพียงต้องคำนึงถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคม เช่น การเสียภาษี สถาบันการเงินจะต้องมีการแข่งขันที่เป็นธรรม สร้างความน่าเชื่อถือให้สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของกฎหมายด้วย
“ลำพังจะให้กฎหมายกำกับกลไลตลาดคงไม่พอ เพราะการแข่งขันการสร้างกำไร กฎหมายไม่สามารถครอบคลุมถึงได้ทั้งหมด กฎหมายแม้มีประโยชน์ในการบังคับใช้ แต่ก็มีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ อย่างตลาดการเงินของไทย กฎเกณฑ์ดี แต่กลไกการบังคับใช้ยังอ่อนกว่าคนอื่น” นายประสาร กล่าว







