posttoday
ทหารไทยไม่เพิ่มสำรองหนี้เสีย

ทหารไทยไม่เพิ่มสำรองหนี้เสีย

08 กรกฎาคม 2558

ทหารไทยคุมเข้มหนี้เสีย ยันไม่เพิ่มสำรองหนี้เสีย หลังไตรมาสแรกสำรองแตะ 150%

ทหารไทยคุมเข้มหนี้เสีย ยันไม่เพิ่มสำรองหนี้เสีย หลังไตรมาสแรกสำรองแตะ 150%

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารยังคงเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว จากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจโลก แต่ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณการเพิ่มในอัตราที่ชะลอลง หากเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังกระเตื้องขึ้นเชื่อว่าตัวเลขเอ็นพีแอลน่าจะนิ่งได้

อย่างไรก็ดี ธนาคารยังไม่พิจารณาตั้งสำรองเพิ่มเติมเนื่องจากไตรมาสแรกได้เพิ่มสำรองขึ้นเป็น 2,387 ล้านบาท จาก 1,161 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 150% แต่ธนาคารจะพยายามคุมเอ็นพีแอลให้ต่ำที่สุดหลังจากไตรมาสแรกเอ็นพีแอลขึ้นมาอยู่ที่ 3% จาก 2.85% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว

“ช่วงที่เหลือการสำรองคงเป็นไปตามความเหมาะสม ซึ่งเมื่อไตรมาสแรกเราตั้งมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว ส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองสูงแล้ว น่าจะเพียงพอรองรับความเสี่ยงเอ็นพีแอลได้” นายบุญทักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ การบริหารจัดการเอ็นพีแอลแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มลูกค้าที่ธุรกิจยังมีศักยภาพแต่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและขาดสภาพคล่องชั่วคราว ธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ ส่วนอีกกลุ่ม คือ ลูกค้าที่แข่งขันไม่ได้แล้วต้องยกเลิกกิจการ จำเป็นต้องตัดหนี้สูญไป ซึ่งบางส่วนก็ใช้วิธีขายออก บางส่วนก็ติดตามหนี้เอง

นายบุญทักษ์ กล่าวว่า ประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสปรับลดลงอีก 0.25% เหลือ 1.25% ในปีนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำให้เงินบาทอ่อนค่าช่วยภาคการส่งออกที่ยังชะลอลง ซึ่งคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะเติบโตระดับ 3% ขณะที่สินเชื่อของธนาคารยังคงเป้าหมายเดิม คือ 6% หรือเติบโตมากกว่าจีดีพี 2 เท่า

สำหรับภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบกับภาคการส่งออกไทยพอสมควร เพราะการค้าระหว่างไทยกับจีนมีมูลค่าสูงมาก เมื่อจีนมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาการส่งออกสินค้าแรงงานถูกหันมาเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการบริโภคในประเทศ กระทบกับผู้ส่งออกด้วย ซึ่งสถานการณ์เศรษฐกิจในจีนเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตาม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการถือหุ้นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบว่า  สัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. 2558 ซึ่งเป็นช่วงดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงและยืนต่ำกว่าระดับ 1,500 จุด มีผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนรายงานการซื้อหุ้นจำนวนมาก ซึ่งนายบุญทักษ์มีการทำรายการซื้อหุ้นจำนวน 3 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2.36 ล้านบาท มูลค่ารวม 7.08 ล้านบาท  ซึ่งเป็นการซื้อต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. ที่ซื้อหุ้นทหารไทย 4 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2.48 บาท มูลค่ารวม 9.92 ล้านบาท ดังนั้นในช่วง 2 เดือนได้ซื้อหุ้นรวมเป็นเงิน 17 ล้านบาท

ด้านธนาคารกรุงไทยก็ยอมรับว่า เอ็นพีแอลปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและธนาคารพยายามควบคุมเอ็นพีแอลสุทธิไม่ให้เกิน 2% จาก 1.6% เมื่อสิ้นปี 2557 ส่วนยอดเอ็นพีแอลรวมคงยากที่จะคุมให้ต่ำกว่า 5.3 หมื่นล้านบาทเท่ากับสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ยอดเอ็นพีแอลเริ่มนิ่งขึ้นในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. ถือเป็นสัญญาณที่ดี

ทั้งนี้ เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านที่เติบโตถึง 100% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมาจากสินเชื่อรุ่นเก่าที่ยังไม่มีตะแกรงคัดกรองที่เข้มข้นพอ 

ขณะที่ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า จำนวนเอ็นพีแอลปีนี้จะเพิ่มอยู่ในระดับ 2.7-2.8% และเป็นไปได้ที่จะขยับเป้าหมายต้นทุนการเงิน (เครดิตคอสต์) ที่ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้นราว 0.4-0.5% จากเดิมตั้งไว้ 1%

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน