
รากหญ้าซบฉุดคาราบาวกรุ๊ป
รากหญ้าผลักดันให้คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ยิ่งใหญ่ตั้งแต่ปีแรกที่คาราบาวแดงวางตลาด
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
รากหญ้าผลักดันให้คาราบาวกรุ๊ป (CBG) ยิ่งใหญ่ตั้งแต่ปีแรกที่คาราบาวแดงวางตลาด จนกลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอันดับ 3 รองจาก M-150 และกระทิงแดง หลังจากนั้นสัญลักษณ์ของเขาควายแดงได้ดันให้เครื่องดื่มยี่ห้อนี้พุ่งแซงกระทิงแดงขึ้นมาอยู่อันดับ 2 โตอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่กำลังซื้อที่ลดลงของมวลชนระดับรากหญ้า กำลังทำให้ความแรงของเครื่องดื่มชูกำลังทุกยี่ห้อแผ่วลง ไม่เว้นแม้แต่คาราบาวแดง ที่นอกจากรากหญ้าแล้ว สงครามในเยเมนและอัฟกานิสถานยังเป็นอุปสรรคในการเติบโตครึ่งปีแรกนี้
ครึ่งปีหลังสถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ อนาคตของ CBG จึงขึ้นอยู่กับมวลชนในประเทศ และ 2 ประเทศที่มีสงครามการเมืองเป็นสำคัญ ว่าสถานการณ์ข้างต้นนี้จะคลี่คลายไปมากน้อยเพียงใด
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ CBG บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง ที่เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2557 พร้อมราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นแรง จนส่งผลให้ เสถียร ผู้ถือหุ้นใหญ่กว่า 40% ติดทำเนียบมหาเศรษฐีไทยอันดับ 47 ของนิตยสารฟอร์บส์ ประเทศ ไทย เป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.59 หมื่นล้านบาท
ความมั่งคั่งนี้เกิดจากกำลังซื้อรากหญ้าที่บริโภคคาราบาวแดงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนละ 7-10 ล้านขวด ในปีแรกที่ก่อตั้งบริษัทปี 2545 จนกระทั่งปัจจุบันเดือนละ 60 ล้านขวด
อย่างไรก็ตาม ปี 2557 และไตรมาสแรกปีนี้เป็นต้นมา เป้าหมายยอดขายของบริษัทพลาดเป้ามาตลอด อันเนื่องมาจากกำลังซื้อของประชาชนรากหญ้าซบเซาตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอ
เป้าหมายรายได้ปีนี้ถูกปรับลดลงเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกตั้งเป้ารายได้ปีนี้ช่วงเข้า ตลท. ว่าจะเติบโตจากเป้าหมายรายได้ปี 2557 ที่ 25% จากนั้นปรับเป้าหมายลงเหลือเติบโต 20% และล่าสุดจะเติบโตต่ำกว่า 20%
สิ้นปี 2557 บริษัทมีรายได้ 7,448 ล้านบาท พลาดเป้ารายได้ที่ตั้งไว้ 8,000 ล้านบาท กำไรสุทธิ 913 ล้านบาท จากเป้าหมายกำไรที่ตั้งไว้ 913 ล้านบาท
เสถียร กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ใกล้ 8,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 20% จากปี 2557 แต่ประเมินจากผลประกอบการไตรมาสแรกแล้วคาดว่าจะเติบโตเพียงกว่า 10% แต่แนวโน้มกำไรจะโตมากกว่ารายได้ เนื่องมาจากต้นทุนดอกเบี้ยลดลง ไม่มีหนี้สิน นอกจากนั้นยังมีโรงงานผลิตขวดของ CBG ทำให้ต้นทุนขวดลดลง รวมถึงมีกำไรจากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น
“เดิมคาราบาวแดงขายในประเทศ 70% ปัจจุบันขายในประเทศเพียง 65%”
ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 1,721 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีกำไร 313 ล้านบาท เติบโต 38.49%
“ครึ่งปีแรกเราได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว คาราบาวแดงเป็นเครื่องดื่มของมวลชนระดับรากหญ้าที่เป็นเกษตรกร ที่พืชผลเกษตรลดลงทุกประเภท คนใต้ที่กรีดยางหายไป ในขณะที่มีสงครามที่เยเมนและอัฟกานิสถาน ทำให้ส่งออกไปไม่ได้ตั้งแต่ปลายปี แต่ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา ส่งออกไปเยเมนแล้ว 43 ตู้ ส่วนอัฟกานิสถานสงครามคุกรุ่นคาดคะเนลำบาก เท่าที่คุยกับเอเยนต์คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 ปีปรับตัว”
ทั้งนี้ คาดว่าครึ่งปีหลังรายได้ของ CBG จะฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และมีการขยายตัวของตลาดในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เพิ่มขึ้น โดยที่กัมพูชาเติบโตกว่า 50% และมียอดขายดีขึ้นจากเมียนมาและเวียดนาม







