posttoday
ทบทวนนโยบายเอสเอ็มอี

ทบทวนนโยบายเอสเอ็มอี

05 กรกฎาคม 2553

 

 

.....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ผ่านไปแล้วครึ่งทางของปี 2553 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลายไม่ทราบว่ายังอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ครับ

รายที่โชคร้ายโดนพิษภัยการเมืองเล่นงานก็ขอให้รีบตั้งหลักพยุงกิจการลุกขึ้นมาสู้ไวๆ ท่านยังพอมีเวลาอีกครึ่งทางที่จะทำให้ธุรกิจกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้นะครับ

ส่วนรายอื่นๆ ทั่วไปก็ขอให้รีบทบทวนตรวจดูผลประกอบการครึ่งปีแรกเปรียบเทียบกับแผนธุรกิจที่ทำไว้ ดูว่าขาดตกบกพร่องต่างจากเป้าหมายอย่างไร ตรงไหนที่เป็นจุดบอดจุดดับก็ต้องรีบตรวจสอบค้นหาให้เจอและวางแผนแก้ไขโดยเร็ว

แนะนำว่า...อย่าฟังรายงานตัวเลขจากลูกน้องอย่างเดียวนะครับ ขอให้ชำแหละและวิเคราะห์ตัวเลขอย่างละเอียดทุกหมวดหมู่ด้วยตัวเอง ไล่เรียงเปรียบเทียบดูยอดทุกเดือน เปรียบเทียบหลายๆ มิติทั้งเดือนต่อเดือน ไตรมาสต่อไตรมาส ครึ่งปีต่อครึ่งปี หมวดต่อหมวด รายการต่อรายการ ดูความแตกต่าง ความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหว แล้วสรุปประมวลผลให้ชัดๆ ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง ห่างเป้าหลุดเป้าไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

การวินิจฉัยตรวจสภาพธุรกิจเพื่อให้รู้ถึงสถานการณ์จริงของกิจการ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนรองรับการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลังได้อย่างไม่หลงทิศทาง

อะไรที่ทำไปแล้วไม่ดี...ก็อย่าไปทำ อะไรที่ไม่ชัดเจนก็ควร...ทบทวนเสียใหม่

เช่นกัน...ในระดับนโยบาย รัฐบาลก็ควรจะมีการทบทวนนโยบายการช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเสียใหม่!!

กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะเจ้าภาพหลักรับผิดชอบนโยบายนี้โดยตรง ซึ่งเร็วๆ นี้ก็เพิ่งมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงคนใหม่คือ คุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เข้ามาดูแล

ครึ่งปีหลังนี้ต้องมีนโยบายและแผนปฏิบัติการเชิงรุกในการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่มีมากมายเกือบ 3 ล้านรายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

ประเด็นสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ประกอบการรายเดิมที่ทำธุรกิจอยู่แล้ว จะได้รับการช่วยเหลือและส่งเสริมอย่างไรบ้าง ขอแบบชัดๆ ไม่เอาคำพูดสวยหรูซ้ำๆ ซากๆ มีแต่แผนๆๆ แต่ไม่เกิดผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนใหญ่เป็นแผนสวยหรูดูดีมีไว้ของบประมาณ แต่นำไปปฏิบัติเป็นมรรคเป็นผลไม่ค่อยถึงมือผู้ประกอบการอย่างที่ควรจะเป็น อันนี้เอสเอ็มอีจำนวนมากฝากให้ช่วยเขียนกระทุ้งหน่อย

อีกเรื่องที่สำคัญแต่ก็เงียบเชียบเหลือเกิน...การส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ๆ จะทำอย่างไร ทุกปีที่ผ่านมามีแต่นโยบายและแผนยุทธศาสตร์เต็มไปหมด แต่ไม่มีรูปธรรมในทางปฏิบัติที่ชัดเจน นอกจากนับตัวเลขจากคนไปจดทะเบียนทำธุรกิจที่กระทรวงพาณิชย์มาเป็นผลงาน ตรงนั้นมันเป็นเรื่องปกติของมันเอง ไม่ต้องไปออกแรงส่งเสริมอะไรก็มีคนไปจดทะเบียนธุรกิจใหม่ทุกเดือนอยู่แล้ว เลยไม่รู้ว่าไปช่วยเหลือส่งเสริมตรงไหนอย่างไรบ้าง งบประมาณปีหนึ่งๆ ก็ไม่น้อยเลย

อยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากๆ ท่านคงได้รับรายงานแล้วว่า...ประเทศไทยมีผู้ประกอบการรายใหญ่จริงๆ ไม่เกิน 5,000 ราย เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางแค่ 1 หมื่นกว่าราย ที่เหลือ...เป็นผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยยิบย่อยมากมายถึง 2.9 ล้านราย นี่ยังไม่นับรวมวิสาหกิจชุมชน โอท็อป และรายที่ไม่จดทะเบียนเข้าระบบซึ่งคาดว่ายังมีอีกหลายล้านรายกระจายอยู่ทั่วประเทศ

เป็นเรื่องใหญ่ที่อยากให้ท่านรัฐมนตรีใส่ใจ และรีบสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งทำเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมานั้นทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากทำมาหากินอย่างยากลำบากเหลือเกิน

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่วันนี้กระดูกเล็กๆ เริ่มผุกร่อนร่วงโรยทุกวัน ในขณะที่กระดูกใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นทดแทนแบบตัวใครตัวมัน

ฉะนั้น หากท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ จะเป็นผู้มาปฏิรูประบบการช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยทั้งประเทศ ม็สสเอ

 

ผู้ประกอบการทั้งหลายก็พร้อมจะยกให้ท่านเป็น...ฮีโร่เอสเอ็มอี...

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค