
เอกชนแนะรัฐให้กก.ไตรภาคีแต่ละจังหวัดเคาะค่าจ้างขั้นต่ำ
ส.อ.ท.จับมือนิด้าโพล สำรวจแนวทางค่าจ้างปี 59 เผยเอกชนหนุนชะลอขึ้นค่าจ้างหวั่นกระทบราคา แนะพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำผ่านคณะกรรมการไตรภาคีรายจังหวัด
ส.อ.ท.จับมือนิด้าโพล สำรวจแนวทางค่าจ้างปี 59 เผยเอกชนหนุนชะลอขึ้นค่าจ้างหวั่นกระทบราคา แนะพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำผ่านคณะกรรมการไตรภาคีรายจังหวัด
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.ได้ร่วมมือ กับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในการสำรวจความเห็นเพื่อจัดทำโพลเรื่อง “แนวทางการกำหนดอัตราค่าจ้างปี 2559” โดยสอบถามความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ กระจายทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,303 ตัวอย่าง โดยภาพรวมเอกชนต้องการให้รัฐพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำผ่านคณะกรรมการไตรภาคีในแต่ละจังหวัด แต่จะเริ่มต้นที่ขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ซึ่งทั้งหมดจะนำไปหารือในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันหรือ กกร.ในเดือน ก.ค.นี้อีกครั้ง
รองศาสตราจารย์ ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า ผลสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการที่มีต่อแนวทางการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 21.82 % ระบุว่า รัฐบาลไม่ควรปรับขึ้นค่าแรงในขณะนี้ เพราะถ้าปรับขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยรัฐบาลควรหันมาแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ รองลงมา 18.18 % ระบุว่า ควรปรับค่าแรงตามทักษะฝีมือแรงงาน ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ อีก 15.45% ระบุว่า ควรกำหนดตามพื้นที่ และ 13.64 % ระบุว่า รัฐบาลควรสำรวจความเห็นผู้ประกอบการก่อนปรับค่าแรง และควรคำนึงถึงเศรษฐกิจโดยรวม เป็นต้น
นอกจากนี้ผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่ 36.99% ระบุว่า ควรปรับค่าจ้างตามคณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานมาตรา 87 รองลงมา 29.37% ระบุว่า ควรปรับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน อีก 15.47% ระบุว่า ควรปรับค่าจ้างตามกลุ่มอุตสาหกรรม อีก 9.59 %ระบุว่า ควรปรับค่าจ้างลอยตัวตามอุปสงค์และอุปทาน และ 8.58% ระบุว่า ควรปรับค่าจ้างตามมติคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด
ด้านความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่มีต่อการปรับอัตราค่าจ้าง พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 51.04 % ระบุว่า ไม่ควรปรับอัตราค่าจ้าง โดยควรให้อยู่ในอัตราเท่าเดิม รองลงมา 26.48% ระบุว่า ควรปรับลอยตัว อีก 14.81% ระบุว่า ควรปรับอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้นเฉลี่ 347.01 บาท และ 2.07% ระบุว่า ควรปรับลดลงเฉลี่ย 247.41 บาท
ส่วนการปรับค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ 300 บาทต่อวันที่ผ่านมาเอกชน 61.32 %ระบุว่า ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งในจำนวนนี้ 33.30% ระบุว่า ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รองลงมา 16.96% ระบุว่า ส่งผลต่อการบริหารค่าจ้าง และส่งผลต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในสัดส่วนที่เท่ากัน 12.17% ระบุว่า ต้องกำหนดราคาสินค้าสูงขึ้น 6.48% ระบุว่า ขาดสภาพคล่อง 1.46% ระบุว่า ต้องย้ายฐานการผลิต เป็นต้น







