
เพิ่มขีดแข่งขัน 7 ธุรกิจ กระพืออุตฯสุขภาพไทย
การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของหลายๆ ประเทศ กลายเป็นโอกาสของธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุของหลายๆ ประเทศ กลายเป็นโอกาสของธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ซึ่งในประเทศไทยคาดการณ์ว่า ปีนี้มูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเติบโตประมาณ 15-20% จากปีที่แล้วที่มีมูลค่ารวม 1.4 แสนล้านบาท
เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ศรัณยู ชเนศร์ ในฐานะประธานคณะกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงวางแผนขับเคลื่อนธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพให้เติบโต ควบคู่ไปกับการพัฒนา และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจดังกล่าวสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
แผนงานดังกล่าวจะเน้นขับเคลื่อนและยกระดับ 7 ธุรกิจที่เป็นโอกาสของธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ เริ่มจากการส่งเสริมโรงพยาบาลระดับกลางและเล็ก (SME Hospital) เนื่องจากปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักใช้บริการโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่กระจุกตัวในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ของไทยผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานโรงพยาบาล (เอชเอ) อยู่แล้ว
ดังนั้น หากสามารถส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานของโรงพยาบาล จะทำให้มูลค่าตลาดของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มขึ้นอีกมาก และจะเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง
ธุรกิจถัดมา คือ การดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว ซึ่งขยายตัวตามภาวะสังคมผู้สูงอายุของไทย และยังมีชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัยระยะยาวในเมืองไทย ดังนั้นจึงต้องวางแผนพัฒนามาตรฐานที่พักอาศัยสำหรับคนกลุ่มนี้
“นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตแล้ว ไทยยังเป็นเป้าหมายที่ชาวต่างชาติต้องการมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ ธุรกิจนี้จึงมีโอกาสเติบโตสูง จะต้องเตรียมพร้อมด้านบุคลากรที่มีคุณภาพและส่งเสริมการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไว้รองรับในอนาคตด้วย”
ขณะที่ ธุรกิจความงาม เป็นอีกธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง เพราะคนทั่วโลกสนใจด้านนี้มากขึ้น ประกอบกับชื่อเสียงแพทย์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในต่างประเทศ จึงต้องเร่งส่งเสริมให้ดีขึ้นอีก
พร้อมกันนี้ จะต้องส่งเสริม ธุรกิจเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีการพัฒนาเทคโนโลยีมาตลอด แต่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์เมดอินไทยแลนด์เพียง 5% ของเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล ดังนั้นจึงควรผลักดันงานวิจัยทางการแพทย์ เพื่อรองรับความต้องการตลาดในประเทศ และส่งเสริมคุณภาพเครื่องมือแพทย์ของไทยให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถจะได้สามารถส่งออกได้ในอนาคต
อีก 2 ธุรกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมนี้ คือ สปาไทย และ นวดไทย ที่ชาวต่างชาตินิยมใช้บริการ ทำให้ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว หากสามารถยกระดับให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งการบริการ บุคลากร สถานที่ และพัฒนาผลิตภัณฑ์สปาให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้ ธุรกิจสปาไทยจะเติบโตอีกหลายเท่าตัว
“ในส่วนของนวดไทยที่ได้รับความนิยมมาก ทำให้ธุรกิจเติบโตเร็ว ร้านนวดบางแห่งไม่ได้มาตรฐาน บางครั้งคนนวดได้รับบาดเจ็บจากการนวด จึงควรผลักดันกฎหมายเพื่อรองรับการเปิดสถานประกอบการ อบรมบุคลากรให้เข้าใจเรื่องการให้บริการที่มีคุณภาพ”
สำหรับธุรกิจสุดท้ายที่จะส่งเสริม คือ สมุนไพรไทย ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมากขึ้น อีกทั้งต้องส่งเสริมการทำตลาด การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำจากสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพและเป็นที่่ยอมรับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตัวสินค้าทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ทั้งนี้ แผนพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบริการของ 7 ธุรกิจนี้ จะเป็นการสร้างคลัสเตอร์การบริการด้านสุขภาพ (เวลเนสส์) ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน







