
จับจุดลูกค้ายุคดิจิทัล โจทย์ใหญ่เอเยนซีไทย
หลังจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลสื่อดิจิทัลมาอย่างเต็มรูปแบบ
หลังจากประเทศไทยได้รับอิทธิพลสื่อดิจิทัลมาอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสามารถเห็นได้จากการใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม หรือยูทูบ ส่งผลให้เอเยนซีโฆษณาต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว
ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมความพร้อมในด้านวิกฤตของการสื่อสาร เพราะจากความเร็วของโซเชียลมีเดียที่สามารถเผยแพร่ข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส หากข้อมูลที่ถูกแชร์มีความผิดพลาดหรือบิดเบือนจากความเป็นจริง อาจส่งผลให้กับองค์กร และสินค้าแบรนด์นั้นๆ ได้
สงกรานต์ เศรษฐสมภพ ประธานกรรมการบริหาร เดอะ ลีโอเบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสื่อสารที่รวดเร็ว ฉับไว และเปิดกว้าง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวล้วนส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีอิสระทางความคิดในการเลือกรับข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีช่องทางสื่อสารหลายทางให้ผู้บริโภคเลือกที่จะรับข้อมูล สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวเอเยนซีโฆษณาควรหันมาปรับปรุงทัศนคติในการทำงาน และปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อเอาชนะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ
วันนี้เอเยนซีโฆษณาไม่ได้เป็นเพียงผู้คิดและผลิตชิ้นงานโฆษณาออกสู่สื่อต่างๆ เท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารบนโลกดิจิทัลด้วย เนื่องจากปัจจุบันภาคธุรกิจต่างหันมาใช้ช่องทางดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้บริโภค
สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเอเยนซีโฆษณาที่ต้องหันมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง จาก “นักโฆษณา” สู่ “นักแก้ปัญหาทางธุรกิจ” ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีรูปแบบตายตัว และไม่จำกัดกรอบความคิด พร้อมกับนำเสนอรูปแบบงานที่แปลกใหม่ ด้วยการมองปัญหาของลูกค้าเป็นจุดมุ่งหมายสู่ความสำเร็จ
สงกรานต์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากเอเยนซีได้ปรับแนวคิดในการทำงานเป็นที่เรียบร้อย บริการที่ลูกค้าจะได้รับจากเอเยนซีในมิติใหม่ คือ การแก้ปัญหาอย่างตรงจุด การมุ่งเฟ้นหาสื่อที่เหมาะสมกับตัวสินค้าและแบรนด์สินค้า รวมไปถึงการลดงบประมาณด้านการตลาด สิ่งดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของเอเยนซียุคใหม่ที่ลูกค้าต้องการ
ด้วยเหตุและผลดังกล่าว จึงถึงเวลาแล้วที่เอเยนซีโฆษณาต้องกลายพันธ์ุทางความคิด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำงานโฆษณา เพราะหากเอเยนซียังคงยึดความคิดเดิมๆ ไม่ปรับใจรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาจทำให้เอเยนซีบริษัทนั้นๆ ถึงจุดจบในวงการเอเยนซีได้
ด้าน เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า การผันตัวเองจากนักการเมืองมาทำสโมสรฟุตบอล ถือเป็นการกลายพันธ์ุอีกอย่างหนึ่ง เพราะปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียซึ่งสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้เพียงไม่กี่วินาที เมื่อก่อนโลกจะสื่อสารกันเป็นแบบวันเวย์ (การสื่อสารทางเดียว) แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีผู้บริโภคเริ่มไม่ยอมรับการสื่อสารทางเดียวแล้ว
เมื่อเป็นการสื่อสารทางเดียวไม่ได้ เจ้าของสินค้าและเอเยนซีก็ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็ต้องมีความรอบคอบเพราะโลกโซเชียล มีความเร็วมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ
เนวิน กล่าวว่า ก่อนที่จะก้าวมาทำสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมหารือว่า ทำอย่างไรจะทำให้บุรีรัมย์ที่เป็นเมืองผ่าน กลายเป็นเมืองพักที่หลายคนต้องมา ซึ่งหลังจากเป็นผู้เริ่มต้นและได้ความร่วมมือจากคนบุรีรัมย์ ตอนนี้บุรีรัมย์กลายเป็นเมืองที่ทุกคนรู้จักและยอมรับ
ทั้งนี้ จากความสำเร็จของการก่อตั้งสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปัจจุบันสามารถหาสปอนเซอร์จากลูกค้าได้ด้วยตัวเองปีละไม่ต่ำกว่า 230 ล้านบาทโดยไม่ผ่านเอเยนซี สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวเกิดจากความคิดนอกกรอบ ซึ่งเน้นไปที่ทำอย่างไรจะให้ลูกค้าที่มาซื้อสปอนเซอร์มีความคุ้มค่ามากที่สุด นอกเหนือจากการนำตราสินค้ามาติดลงบนเสื้อของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แม้จะเพิ่มความยากต่อการทำงาน แต่หากมีการทำความเข้าใจที่ดี ก้าวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าและผู้บริโภคต้องการ เรื่องยากก็น่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายได้







