
ถมงบพันล้านสร้างเอสเอ็มอี
สวทช.เผยรัฐบาลหนุนเพิ่มงบโครงการไอแทปปีละ 1,000 ล้าน ดันเอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยี
สวทช.เผยรัฐบาลหนุนเพิ่มงบโครงการไอแทปปีละ 1,000 ล้าน ดันเอสเอ็มอีใช้เทคโนโลยี
นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เห็นชอบปรับนโยบายการทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ไอแทป) ให้เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และเรียกชื่อว่าเป็นเนชั่นแนล ไอแทป โดยจะเพิ่มงบสนับสนุนรวมต่อปีขึ้นมาเป็น 1,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558-ก.ย. 2559) ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 ปี รวม 6,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐที่เข้ามาร่วมมือในโครงการ ทั้งทุกกรมและกระทรวงต่างๆ รวมถึงสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศรวมถึงภาคเอกชน เพื่อขยายโครงการให้ใหญ่มากขึ้นและส่งเสริมภาคธุรกิจเอสเอ็มอีให้มีการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด
นายทวีศักดิ์ ประเมินว่า จะมีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมโครงการต่อปีได้มากถึง 1,000 โครงการรวมระยะเวลา 6 ปี น่าจะเกิดการลงทุนใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในประเทศไทย โดยโครงการไอแทปจะส่งเสริมให้เอกชนมีการพัฒนาสินค้าและเข้ามาขอรับการส่งเสริม ซึ่งต่อรายจะส่งเสริมไม่เกิน 50% ของเงินลงทุนในโครงการดังกล่าว หรือวงเงินส่งเสริมสูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท
“ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาร่วมโครงการไอแทปปีนี้ก็สามารถเข้าร่วมได้ทันที แต่ผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าอยู่แล้ว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า” นายทวีศักดิ์ กล่าว
สำหรับการส่งเสริมของโครงการไอแทปที่ผ่านมาจะใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท/ปี และแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการเข้ามาร่วมกว่า 100 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการมีเทคโนโลยี นวัตกรรม และลดต้นทุนทางธุรกิจ รวมถึงเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเปิดให้ผู้ประกอบการทุกกลุ่มสามารถเข้ามาร่วมโครงการได้
“งบประมาณในการส่งเสริมโครงการไอแทปที่จะปรับใหม่เป็นเนชั่นแนล ไอแทป ได้ขยายโครงการให้มีขนาดใหญ่ เพื่อต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีการพัฒนาให้มากขึ้น พร้อมให้ทุกหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษามาร่วมโครงการ โดยมี สวทช.เป็นหน่วยงานหลักทำโครงการนี้ต่อไป” นายทวีศักดิ์ กล่าว







