
ทันสถานการณ์
ยอดใช้ก๊าซหุงต้มไตรมาส 2 ชะลอตัว
ยอดใช้ก๊าซหุงต้มไตรมาส 2 ชะลอตัว
นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในช่วงไตรมาส 2 มีทิศทางลดลงต่อเนื่อง โดยมีการใช้เดือนละ 5.30-5.50 แสนตัน ลดลง 10-12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการใช้แอลพีจี 2 กลุ่มหลัก คือ แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมและแอลพีจีภาคขนส่ง ขณะที่การใช้แอลพีจีภาคครัวเรือนอยู่ในภาวะทรงตัว
ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้ยอดการใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมลดลงนั้น เป็นผลจากกลุ่มเอสเอ็มอีมียอดใช้ลดลง 5-10% เนื่องจากยอดจำหน่ายสินค้าลดลงจากแรงซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับการส่งออกลดลง ซึ่งส่งผลต่อการใช้แอลพีจีของภาคการผลิต
ทุ่มงบ 70 ล้านทำแผนแม่บทขนส่งอากาศ
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการวางแผนแม่บทแห่งชาติเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศ และให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษาเพื่อวางแผนแม่บทการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย 10 ปีข้างหน้า (2560-2570) ให้แล้วเสร็จใน 1 ปี คาดว่าจะใช้งบศึกษา 60-70 ล้านบาท
พลังงานรับมือแหล่งก๊าซเจดีเอหยุดจ่าย
นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประเมินความพร้อมกรณีแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) หยุดซ่อมบำรุงระหว่างวันที่ 19-23 ก.ค. ซึ่งจะมีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าจะนะ กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ โดยกระทรวงจะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับปรุงให้โรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 1 ให้สามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลแทนก๊าซได้ เบื้องต้นจะสามารถเดินเครื่องได้ทันในเดือน ก.ค.นี้ พร้อมทั้งจะชะลอการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในภาคใต้ออกไปก่อน เช่น โรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนรัชชประภา โรงไฟฟ้าพลังน้ำ







