
อิสลามแบงก์ซื้อนวลีสซิ่ง39%
ธนาคารอิสลามขยายธุรกิจ ซื้อนวลีสซิ่ง 39% เพื่อเป็นฐานขยายบริการ และจะระดมทุนออกซูคุก 5 พันล้านบาท ภายในครึ่งปีหลังนี้
ธนาคารอิสลามขยายธุรกิจ ซื้อนวลีสซิ่ง 39% เพื่อเป็นฐานขยายบริการ และจะระดมทุนออกซูคุก 5 พันล้านบาท ภายในครึ่งปีหลังนี้
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิศลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า การซื้อบริษัทนวลิสซิ่ง (NVL) ทางไอแบงก์ได้ข้อสรุปกับทางนวลีสซิ่ง โดยเสนอซื้อในราคาหุ้นละ 1.20 บาท ต้องการถือหุ้นในจำนวน 39% การเสนอซื้อหุ้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ซื้อจากผู้ถือหุ้นเดิม 35% ส่วนที่เหลือเป็นการเพิ่มทุนเพื่อนำเงินเข้าบริษัทจำนวน 200 ล้านหุ้น
สำหรับเงินที่จะไปซื้อนวลีสซิ่ง มาจากเงินที่กระทรวงการคลังเพิ่มทุนให้จำนวน 6,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเพียงพอที่จะนวลีสซิ่ง และลงทุนขยายสินเชื่อของธนาคาร
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากซื้อนวลีสซิ่งได้สำเร็จจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อเปลี่ยนแปลงการดำเนินกิจการที่ให้สินเชื่อแบบดอกเบี้ย ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์การออกสินเชื่อของอิสลาม ซึ่งธนาคารมองเห็นจุดแข็งของนวลีสซิ่งมีอยู่จำนวน 12 สาขา และจุดให้บริการอีกจำนวน 300 แห่ง จะนำมาขายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคารได้ เนื่องจากธนาคารมีสาขาน้อย 33 สาขา ที่ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้
"กลุ่มนวลีสซิ่ง มีสาขาและธุรกิจที่แข็งแรงในภาคอีสาน ธนาคารแข็งแรงทางภาคใต้ เมื่อรวมกันก็จะเป็นจุดแข็งกับทั้งสองแห่ง และลดความเสี่ยงกับธนาคาร ขยายกิจการของธนาคารผ่านสาขาและจุดบริการของนวลีสซิ่ง" นายธีรศักดิ์ กล่าว
สำหรับสินเชื่อของดอแบงก์ปัจจุบันมีจำนวน 6 หมื่นล้านบาท สิ้นปีจะขยายได้เป็น 8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อรายย่อย ในจำนวนนี้เป็นไมโครไฟแนนซ์จำนวน 1.1 พันนล้านบาท
นายธีรศักดิ์ กล่าว่า ถึงการออกพันธบัตรอิสลาม หรือ ซูคุก ขายในประเทศไทยจำนวน 5 พันล้านบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างกฎหมายภาษีอากร คาดว่าจะขายได้ในไตรมาส 3 หรือ 4 ปีนี้ จะเป็นอายุ 5 ปี หรือ 7 ปี จะตัดสินใจตอนออก ขณะนี้มีผู้สนใจซื้อทั้งสถาบันการเงินภายในประเทศ บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันภัย กลุ่มรายย่อย กองทุนในมาเลเซีย โดยการออกซูคุกครั้งนี้จะมีการสำรองหากมีความต้องมากก็จะออกเพิ่มอีก 1 พันล้านบาท
นายธีศักดิ์ กล่าวว่า ผลตอบแทนของซูคุกจะมีส่วนได้เพิ่ม เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรเอกชนที่อัตราผลตอบแทนคงที่ เพราะการระดมเงินผ่านซูคุกจะนำไปลงทุนและแบ่งผลกำไรให้กับนักลงทุน ซึ่งจะมีส่วนต่างเพิ่มได้อยู่ตลอดเวลา







