
พิษศก.ฉุดยอดใช้ก๊าซหุงต้มไตรมาส2ลด10-12%
ผู้ค้าแอลพีจีประเมินยอดใช้ก๊าซหุงต้มไตรมาส 2 ชะลอตัวเฉลี่ยลด 10-12% คาดผลพวงพิษเศรษฐกิจฉุดผู้ใช้กลุ่มเอสเอ็มอีลดใช้
ผู้ค้าแอลพีจีประเมินยอดใช้ก๊าซหุงต้มไตรมาส 2 ชะลอตัวเฉลี่ยลด 10-12% คาดผลพวงพิษเศรษฐกิจฉุดผู้ใช้กลุ่มเอสเอ็มอีลดใช้
นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เปิดเผยถึง ภาพรวมการใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ของประเทศในช่วงไตรมาส 2 มีทิศทางลดลงต่อเนื่อ โดยมีการใช้เดือนละ 5.30-5.50 แสนตัน เฉลี่ยลดลง 10-12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการใช้แอลพีจี 2 กลุ่มหลักคือแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมและแอลพีจีภาคขนส่งในขณะที่แอลพีจีภาคครัวเรือนอยู่ในภาวะทรงตัวและเติบโตเพียงเล็กน้อย โดยการใช้เฉลี่ยที่เดือนละ 5.30-5.50 แสนตัน
ทั้งนี้จาการสำรวจพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้แอลพีจีภาคอุตสาหกรรมลดลงนั้น ประเมินได้จากการจำหน่ายแอลพีจีถังขนาด 48 กิโลกรัม(กก.) ซึ่งกลุ่มผู้ใช้จะเป็นผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ลดลง 5-10% เนื่องจากยอดจำหน่ายสินค้าของเอสเอ็มอีลดลงภาพรวมจากแรงซื้อในประเทศที่ชะลอตัว ประกอบกับการส่งออกลดลงทำให้ส่งผลต่อภาคการผลิตลดลงจึงสะท้อนมายังการใช้แอลพีจี
ด้านแอลพีจีภาคขนส่งการใช้เฉลี่ยลด 5-7 % เนื่องจากระดับราคาขายปลีกน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่อ่อนตัวลง เฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้รถที่ติดตั้งแอลพีจีภาพรวมไม่เติบโตมากเหมือนในอดีต ในขณะที่รถยนต์แอลพีจีส่วนหนึ่ง หันไปใช้น้ำมันแทน นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลมีการปรับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือน ขนส่ง อุตสาหกรรมให้เท่ากัน เพื่อให้สะท้อนกลไกตลาด และยืนยันที่จะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีภาคขนส่งทำให้ผู้ใช้รถยนต์ชะลอการติดตั้งเครื่องยนต์แอลพีจีเพราะเห็นว่าราคาแอลพีจีในอนาคตก็จะมีราคาไม่ต่างจากน้ำมัน
"ภาพรวมการใช้แอลพีจีที่ลดลงสะท้อนให้เห็นหลายปัจจัย โดยภาคครัวเรือนการใช้ยังคงทรงตัว ซึ่งต้องติดตามไตรมาส 3 ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร คาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลัง ผลักดันให้การใช้แอลพีจีภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมขยับตัวได้ แต่ส่วนของแอลพีจีภาคขนส่งเองที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตมากเกินไปเพราะราคาถูกกว่าน้ำมัน ซึ่งเห็นด้วยที่กระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแอลพีจีภาคขนส่งให้เท่ากับภาษีน้ำมัน"นายชิษณุพงศ์กล่าว
นายชิษณุพงศ์กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมแอลพีจีช่วงที่ผ่านมาจะปรับลดราคาขายปลีกลงไปบ้างหลังจากที่รัฐประกาศราคาลอยตัวซึ่งสะท้อนตามต้นทุนตลาดโลกแต่ก็ยังคงมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านผ่านร้านค้าที่ต้องการเห็นการลดราคาขายปลีกลงหากตลาดโลกลด ดังนั้นสมาคมฯเห็นว่าหากราคาแอลพีจีโลกลดราคาลงตั้งแต่ 50 สต.ต่อก.ก..ขึ้นไปก็น่าจะนำมาลดราคาขายปลีกให้กับประชาชนบ้างในช่วงนี้เพราะประชาชนบางส่วนเองก็มีรายได้ต่ำแต่ก็ไม่ได้มีสิทธิ์ใช้แอลพีจีราคาเดิม
สำหรับโครงการลดผลกระทบผู้มีรายได้น้อยจากการปรับราคาแอลพีจี นั้น มีผู้สนใจมาทยอยมาลงทะเบียนมากขึ้นโดยเฉพาะร้านค้า หาบเร่ แผงลอย แต่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนยังมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อย







