
โตโยต้าพร้อมลุยรถไฮบริด-อี85
โตโยต้าชี้รัฐลดภาษีชิ้นส่วนไฮบริด-อี85 ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ลั่นพร้อมเดินหน้าตามนโยบายรัฐ
โตโยต้าชี้รัฐลดภาษีชิ้นส่วนไฮบริด-อี85 ช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ลั่นพร้อมเดินหน้าตามนโยบายรัฐ
นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ ครม.มีมติลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อการผลิตรถยนต์ไฮบริด 6 รายการ และชิ้นส่วนเพื่อการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี85 อีก 8 รายการ เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เติบโต
ทั้งนี้ โตโยต้ามีความพร้อมที่จะพัฒนารถยนต์ทั้งสองรูปแบบลงสู่ตลาด แต่ก็ยืนยันว่าให้น้ำหนักกับการพัฒนารถยนต์ไฮบริดมากกว่า เนื่องจากเป็นโครงการที่โตโยต้าร้องขอมาตั้งแต่ต้น ในส่วนของ อี85 นั้น ยังรอความชัดเจนของนโยบายจากทางภาครัฐ หากมีการสนับสนุนอย่างจริงจังก็พร้อมที่จะเดินหน้าโครงการตามนโยบายทันที
“โตโยต้ายังยืนยันว่าไฮบริดคือคำตอบที่ดีที่สุดทั้งเรื่องของการประหยัดน้ำมันและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากรัฐบาลให้การสนับสนุนพลังงานทดแทนด้านอื่นๆ ออกมา บริษัทก็พร้อมตอบสนองนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน” นายวิเชียร กล่าว
สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในครึ่งหลังของปี เชื่อว่าตลาดรถยนต์นั่งและตลาดรถปิกอัพจะเติบโตไปพร้อมกัน โดยมองว่าความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ขยายตัวจะทำให้ตลาดเติบโต ขณะที่ต้องระวังปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันและการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการปรับตัวเลขเป้าหมายการจำหน่ายในประเทศ โดยเชื่อว่าตัวเลขการจำหน่ายทั้งปีจะมากกว่า 6.5 แสนคัน และในส่วนของโตโยต้าก็จะปรับเพิ่มจาก 2.72 แสนคัน ที่มีการคาดการณ์ในเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
ด้านนายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากทำการส่งออกรถปิกอัพและเอสยูวีภายใต้โครงการไอเอ็มวีมากว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2547 บริษัทประสบความสำเร็จด้วยยอดการส่งออกสะสมครบ 1 ล้านคัน จากการส่งออกไปจำหน่ายใน 6 ทวีป 108 ประเทศทั่วโลก
รถยนต์ภายใต้โครงการไอเอ็มวีมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 37% ของยอดส่งออกรวม มีมูลค่าการส่งออกสะสม 4.3 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วน อะไหล่ และอื่นๆ อีก 4.3 แสนล้านบาท ทำให้โครงการไอเอ็มวีมีมูลค่าการส่งออกสะสมไปมากกว่า 5.68 แสนล้านบาท
“วันนี้ไทยถือเป็นประเทศฐานการผลิตรถยนต์ในโครงการไอเอ็มวีของโตโยต้าที่ใหญ่ที่สุด จากฐานการผลิตใน 5 ประเทศทั่วโลก เห็นได้จากความสำคัญของประเทศไทยที่รถยนต์รุ่นใหม่ของโครงการนี้จะมีการพัฒนาและออกแบบจากศูนย์อาร์แอนดีในเมืองไทย ซึ่งในเดือน ต.ค.นี้ก็จะมีการส่งออกเพิ่มขึ้นอีก 9 ประเทศ รวมถึงในประเทศเองก็มียอดจำหน่ายสะสมแล้วกว่า 9.1 แสนคัน” นายทานาดะ กล่าว







