
เครือข่ายประชาชนรณรงค์ไม่ซื้อสลากเกินราคา
เครือข่ายประชาชนออกรณรงค์ไม่ซื้อสลากเกินราคา ด้านกรรมการสลากฯ แนะแจ้งเบาะแสหากพบมีการขายเกินราคา
เครือข่ายประชาชนออกรณรงค์ไม่ซื้อสลากเกินราคา ด้านกรรมการสลากฯ แนะแจ้งเบาะแสหากพบมีการขายเกินราคา
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เครือข่ายประชาชนปฎิรูปสลาก ร่วมกับเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน จัดกิจกรรมรณรงค์รักษาสิทธิผู้ซื้อสลาก เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อสลาก ซื้อสลากที่ขายเกินราคา ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐฐาล กล่าวว่า ขอให้ผู้ซื้อปกป้องสิทธิของตนเองไม่ซื้อสลากเกินราคา หากพบว่ามีผู้ขายสลากเกินราคาจะมีโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับ 1 หมื่นบาท และจะมีการย้อนรอยเพื่อยึดโควต้าสลากคืนด้วย ซึ่งผู้ซื้อสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านคอลเซนเตอร์ 02 - 345-1466
นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฎิรูปสลาก กล่าวว่า การตั้งกองทุนสลากเพื่อพัฒนาสังคม ควรมีหน่วยงาน กำกับดูแลหรือ เร็กกูเลเตอร์ ที่เหมาะสมมากำกับดูแลการใช้เงินให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคอีกชั้นหนึ่ง
ด้าน นายวิทยา แจ่มกระจ่าง ประธานสมาพันธ์ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอสนับสนุนรัฐบาลให้ควบคุมราคาขายสลากในราคา 80 บาทได้จริงๆ และทำให้ได้อย่างยั่งยืน เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นมานาน ในฐานะเครือข่ายภาคประชาชนได้รับเรื่องร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครสนใจแก้ไขกัน มีการปล่อยปละละเลยให้ประชานถูกเอารัดเอาเปรียบคิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี โดยที่เม็ดเงินเหล่านั้นไม่ได้เป็นของรัฐบาลหรือกลับสู่ประชาชนเลย มีคนเพียงบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์เป็นเสือนอนกินมาอย่างยาวนาน
“หลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงจัง แต่ดูจะเป็นรูปธรรมขึ้นก็ในรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคเองต้องปกป้องสิทธิของตนเองด้วย ต้องร่วมมือกันไม่ซื้อสลากในราคาที่แพงกว่า 80 บาท เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ขายทำผิดกฎหมาย นี่คือสิทธิและพลังของผู้บริโภคที่จะช่วยสร้างสมดุลย์ได้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าการซื้อสลากเกินราคาแล้วเงินของเราจะคืนสู่รัฐหรือได้ไปตอบแทนสังคม เพราะส่วนต่างที่เกินไปนั้นเป็นเงินที่ไหลไปนอกระบบทั้งสิ้นปีๆหนึ่งนับหมื่นล้านบาททีเดียว”นายวิทยากล่าว







