
‘โนเบิล’ ลุยสร้างจุดต่าง ชูทำเลเด่น-ดีไซน์โดน
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
คร่ำหวอดอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มานาน 25 ปีแล้ว สำหรับโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ที่ตอกย้ำจุดยืนความเป็นแบรนด์อสังหาฯ ด้วยแนวคิดต่าง หรือ be different ถือเป็นปรัชญาของโนเบิลที่ได้ปฏิวัติการออกแบบไม่เหมือนใคร โดยเชื่อว่าที่อยู่อาศัยต้องมีความสวยงามในระยะยาว ไม่ได้อยู่แค่ 1-2 ปี
กิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวถึงแนวคิดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2534 คือต้องสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ การออกแบบจะต้องอยู่เหนือเวลา เริ่มจากการพัฒนาโครงการโนเบิล พาร์ค คอนโดมิเนียมแนวราบสไตล์คอนโดเฮาส์ ด้วยการออกแบบบ้านเป็นกลุ่มหรือคลัสเตอร์ ที่ดึงถนนออกจากหน้าบ้าน และให้จอดรถไว้รวมกันเป็นส่วนกลางเพื่อให้หน้าบ้านมีพื้นที่พักผ่อน โนเบิล โฮม บ้านเดี่ยวหลังคาโค้ง โนเบิล นีโอ ซิตี้ คอนโดมิเนียมเชิงราบและบ้านเดี่ยวเชิงขยายอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นละ 2 ยูนิต แต่ละยูนิตมี
จุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
“ในช่วงเวลานั้นเราจัดงานเปิดตัวโครงการอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดขาย 3 วัน สามารถทำยอดขายได้ 2,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นการขายโครงการที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างยิ่งใหญ่ เรียกว่าเป็นอีเวนต์กันเลย” กิตติ กล่าว
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเข้าสู่การขายของจริง เพราะต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 แต่โครงการที่มีการออกแบบที่แตกต่างนั้นสามารถอยู่ได้ ที่สำคัญต้องอยู่ในทำเลที่ดี ถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสุขุมวิทถือเป็นศูนย์กลางของย่านใจกลางธุรกิจ มีองค์ประกอบสำคัญตั้งแต่เป็นทำเลที่อยู่อาศัยเก่า แหล่งอาหารการกิน มีชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยสูงถึง 7.7 หมื่นคน ในจำนวนนี้มีชาวญี่ปุ่นมากถึง 2.5 หมื่นคน ซึ่งจะเลือกอยู่อาศัย 2 ย่าน คือบริเวณธนิยะ สีลม กับสุขุมวิท ตั้งแต่อโศกถึงทองหล่อเป็นหลัก
ทั้งนี้ ส่งผลให้ความต้องการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มสูงขึ้น จากเมื่อปี 2543 พื้นที่สำนักงานในเขตใจกลางธุรกิจนั้นว่าง 35% แต่ในปัจจุบันพื้นที่สำนักงานเหลือเพียง 5% และประเมินว่าอัตราการว่าง
ของพื้นที่สำนักงานนั้นจะเหลือไม่ถึง 4% ในปี 2559 ทำให้บริษัทต้องพิจารณาว่าจะนำพื้นที่บริเวณด้านหน้าโครงการโนเบิล เพลินจิต จากเดิมที่จะก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของบริษัทอาจจะต้องปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่าแทน
ขณะที่ราคาขายคอนโดมิเนียมก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าโครงการโนเบิล เพลินจิต มูลค่าโครงการ 1.6 หมื่นล้านบาท ราคาขายในปัจจุบันที่โครงการยังไม่แล้วเสร็จปรับขึ้นเฉลี่ย 143% จากราคาขายที่เปิดก่อนหน้า และคาดว่าจะปรับขึ้นได้สูงไม่ต่ำกว่า 200% จากราคาในช่วงเริ่มต้นเป็นหลักแสนปลายต่อตารางเมตร ปัจจุบันราคาเฉลี่ยสูงกว่า 3 แสนบาท/ตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายราว 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการเก่า 2,000 ล้านบาท และยอดขายโครงการใหม่ 8,000-8,200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีมาบริษัทยัง ไม่ได้เปิดขายโครงการใหม่ สำหรับแผนเปิดโครงการใหม่ปีนี้มี 4 โครงการ มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการ และแนวราบ 1 โครงการ
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้น่าจะขาดทุน จากปีก่อนที่มีกำไร 163.25 ล้านบาท โดยไตรมาส 1/2558 ที่ผ่านมาบริษัทขาดทุนสุทธิ 104.18 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ไม่มีโครงการที่แล้วเสร็จพร้อมโอนเลย เนื่องจากติดปัญหาการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอล่าช้าและการก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด
ด้านตัวเลขรายได้คาดว่าจะต่ำกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 2,358.11 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 85.74 ล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอนหรือแบ็กล็อก กว่า 1.9 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในช่วงปลายปี 2559-2561 อย่างไรก็ตามคาดว่าผลการดำเนินงานน่าจะพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ภายในปี 2559 เป็นต้นไป สำหรับงบซื้อที่ดินในปีนี้บริษัทวางไว้ที่ 2,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท โดยจะเน้นซื้อที่ดินติดแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก
ขณะที่ล่าสุดเตรียมเปิดขายโครงการแรกของปีนี้ “NOBLE BE 33” (โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี) ในซอยสุขุมวิท 33 เป็นอาคารสูง 31 ชั้น จำนวน 277 ยูนิต ขนาด 34-43 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.1 แสนบาท/ตารางเมตร หรือเริ่มต้น 7.2 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท โดยจะเปิดลงทะเบียนรับสิทธิจองตั้งแต่วันที่ 5-18 มิ.ย. และเปิดจองในวันที่ 21 มิ.ย. ที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ เพลินจิต ปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนจองผ่านเว็บไซต์แล้วกว่า 3,500 ราย คาดว่า จะปิดการขายได้ภายในวันเดียว ส่วนโครงการที่เหลือ 3 โครงการจะทยอยเปิดในช่วงครึ่งปีหลัง
กิตติยังกล่าวถึงโครงการคีรีมายารีสอร์ทแอนด์สปา ที่บริหารในนามส่วนตัว โดยโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บนพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ พัฒนารีสอร์ทหรู ห้องพัก เต็นท์วิลล่า สนามกอล์ฟ 18 หลุม ห้องอาหาร 3 แห่ง ซึ่งบริเวณด้านหนึ่งของสนามกอล์ฟติดกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า หลังจากที่ภาครัฐได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่โครงการในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้มีข้อกล่าวหาแต่อย่างใด เนื่องจากที่ดินของโครงการทางกรมที่ดินได้ออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินหมดแล้ว ไม่ได้มีปัญหาเรื่องรุกล้ำที่ดินเขาใหญ่
แต่ปัญหาใหญ่ที่ต้องเผชิญในเวลานี้คือเสียชื่อเสียง เพราะถือว่าเป็นผู้บุกเบิกโครงการบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่มานานกว่า 10 ปี พัฒนาโครงการที่นี่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะจากภาคการท่องเที่ยว แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบจากหลายด้าน ทั้งภาคการส่งออก ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 70-80% ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่วนการลงทุนเอกชน โดยเฉพาะจากต่างชาติหายไป เพราะต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากค่าแรง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค
“ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยกลับไม่ได้แย่มาก หากการเมืองนิ่ง ภาคเอกชนเกิดความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนไปได้ ซึ่งหากจะให้ดีกว่านี้รัฐบาลควรสร้างมิติของความโปร่งใส สร้างความมั่นคงทำกติกาให้ดีและถูกต้อง เพื่อให้ภาคเอกชน นักลงทุนมั่นใจว่าในอนาคตการเมืองไทยจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอีก แค่นี้ภาคเอกชนก็จะกล้าลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้” กิตติย้ำ
เหล่านี้คือมุมมองของโนเบิล ที่เชื่อว่าการแข่งขันด้วยดีไซน์และทำเลที่ดียังไงก็แข่งขันได้







