
เซตท็อปบ็อกซ์เจ็บหนัก บี้กสทช.เร่งแก้คูปองค้าง
เจ็บตัวไม่น้อยไปกว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซต ท็อป บ็อกซ์) ภายหลังประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้รับคูปอง 690 บาทไป ไม่ยอมนำมาแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงตกค้างอยู่ที่ไปรษณีย์
เจ็บตัวไม่น้อยไปกว่าผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สำหรับผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซต ท็อป บ็อกซ์) ภายหลังประชาชนส่วนหนึ่งที่ได้รับคูปอง 690 บาทไป ไม่ยอมนำมาแลกกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงตกค้างอยู่ที่ไปรษณีย์
จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ประกาศตัวออกมาจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล ต่างเจ็บตัวไปตามๆ กัน เนื่องจากประชาส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะรับชมรายการต่างๆ ของทีวีดิจิทัลผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ซึ่งปัจจุบันติดตั้งในบ้านอยู่แล้วกว่า 70% ของการดูทีวี ประกอบกับก่อนหน้านี้ สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาประชาสัมพันธ์ว่า สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ผ่านทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ยิ่งทำให้ประชาชนเลือกที่จะดูทีวีดิจิทัลผ่านระบบดังกล่าว
นอกจากนี้ การที่ กสทช.ออกมาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการใช้กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลน้อยเกินไป ส่งผลให้ประชาชนยังคงขาดความเข้าใจในการใช้กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล และเลือกที่จะไม่ติดตั้ง เพราะติดตั้งไปก็รับสัญญาณไม่ชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันการติดตั้งโครงข่ายทีวีดิจิทัล (มักซ์) ยังคงมีความล่าช้า
สมชาย เปรื่องวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลแฟมิลี่ตกลงไปประมาณ 50% เนื่องจากคูปอง 690 บาท ยังคงตกค้างอยู่ที่ไปรษณีย์ และอีกส่วนหนึ่งผู้บริโภคไม่ยอมนำมาแลก เนื่องจากประชาชนยังไม่มีความเข้าใจคุณสมบัติและวิธีการติดตั้ง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลต้องเดินทางไปยื่นหนังสือถึง กสทช. ในนามชมรมผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีภาคพื้นดิน เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทีวีดิจิทัลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งโครงข่ายไม่เป็นไปตามแผนการที่กำหนดไว้ หรือการสร้างภาระให้ประชาชนในการรับชมทีวีดิจิทัล เนื่องจากวงเงินในคูปอง 690 บาท ไม่สามารถแลกซื้อกล่องและเสาอากาศได้ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้บริโภคต้องแบกภาระเพิ่ม
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว จึงอยากให้ กสทช.เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลครัวเรือนการแจกคูปองที่ไม่ชัดเจน พื้นที่การติดตั้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลที่ล่าช้า และวันเวลารวมไปถึงสถานที่การแจกคูปองที่ไม่ชัดเจน เพราะสิ่งดังกล่าวล้วนเป็นอุปสรรคของผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม
นอกจากนั้น ยังมีเงินค้างในระบบที่ไม่สามารถเบิกได้อีกว่า 2,000 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่มีเงินที่จะนำมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขายกล่องรับ สัญญาณทีวีดิจิทัล แม้ว่า กสทช.จะขยายเวลาออกไปอีก 2 เดือน ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวยังไม่ได้นำมารวมกับกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ยังตกค้างอยู่ในต่างประเทศอีกประมาณ 10 ล้านกล่อง คิดเป็นมูลค่า 7,000-8,000 ล้านบาท ที่ผู้ประกอบการได้เตรียมสั่งนำมาจำหน่าย
สำหรับแผนตลาดของกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลแฟมิลี่นับจากนี้ จะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจลูกค้าผ่านสินค้า 2 รุ่นหลัก 2 ราคา คือ รุ่นดีอาร์ 111 ราคา 990 บาท แถมเสารับสัญญาณ และรุ่นทีโอ 31 ราคา 690 บาท โดยสิ้นปีคาดจะมียอดขายตามเป้า 1.5 ล้านกล่อง
ทวี อุดมกิจโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถวิศวกรรม กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลของสามารถนับจากนี้ บริษัทจะเน้นไปในด้านของการแถมเสารับสัญญาณ เนื่องจากปัจจุบันปัญหาของการรับชมทีวีดิจิทัลผ่านกล่องรับสัญญาณ คือ การใช้เสารับสัญญาณที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากปัจจุบันการติดตั้งโครงข่ายรับสัญญาณทีวีดิจิทัลยังมีความล่าช้า
ดังนั้น การจะรับสัญญาณทีวีดิจิทัลผ่านกล่องรับสัญญาณที่ดี ควรใช้เสาที่มีคุณภาพ ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว บริษัท สามารถวิศวกรรม จึงจะใช้ช่องว่างดังกล่าวเป็นจุดขาย โดยในส่วนของกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่นำมาจำหน่ายในปัจจุบัน ยังคงเน้นไปที่ 3 รุ่นหลัก คือ รุ่นแบล็ค ราคา 690 บาท รุ่นไวท์ ราคา 690 บาท และรุ่นโกลด์ ราคา 1,350 บาท ซึ่งหลังจากออกมาทำตลาดดังกล่าว คาดสิ้นปีจะมียอดขายตามเป้า 1-2 ล้านกล่อง
ด้าน พลชัย วินิจฉัยกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจกล่องรับสัญญาณของเอ็มคอทนับจากนี้ จะเน้นไปที่การใช้สื่อที่มีอยู่ในมือ อสมท มาทำการประชา สัมพันธ์กล่องรับสัญญาณของบริษัท ไม่ว่าจะสถานีโทรทัศน์ที่มีอยู่ในมือ หรือคลื่นวิทยุ รวมไปถึงการจัดโรดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ความรู้กับประชาชน โดยทีมวิศวกรรมที่มีอยู่ในมือ
ปัจจุบัน อสมท มีกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลวางจำหน่ายในท้องตลาดด้วยกัน 3 รุ่น คือ รุ่นเคิร์บ ราคา 690 บาท รุ่นวิว ราคา 890 บาท และรุ่นเพลย์ ราคา 1,390 บาท ซึ่งหลังจากออกมาทำตลาดมากขึ้น คาดสิ้นปีจะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
การออกมากัดฟันสู้ของผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลในครั้งนี้ จะช่วยให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ คงลุ้นที่ประชาชนจะนำคูปอง 690 บาท มาแลกอย่างเดียวคงไม่ได้ ทาง กสทช. ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบาย คงต้องเข้ามาช่วย โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์และการติดตั้งโครงข่าย เพราะถ้าประชาชนยังไม่เข้าใจ เมื่อติดตั้งไปแล้วรับได้บ้างไม่ได้บ้างไม่เสีถยร หากยังเป็นเช่นนี้กล่องทีวีดิจิทัลก็คงขายไม่ออกเช่นเดิม แม้จะมีคูปอง 690 บาท กระตุ้น







