
ประยุกต์นวัตกรรมสร้างสิ่งใหม่ เพิ่มยอดขายกิจการขนมปังผู้ดี
สำหรับ "วอร์เบอร์ตันส์" กิจการผู้ผลิตขนมปังชั้นนำในอังกฤษ แถวแป้งขนมปังความยาว 600 เมตร บนสายพานการผลิตมูลค่า 20 ล้านในโรงงานเบิร์นเลย์ คือสิ่งที่ดีที่สุดของการผลิตขนมปังแถวของบริษัท
สำหรับ "วอร์เบอร์ตันส์" กิจการผู้ผลิตขนมปังชั้นนำในอังกฤษ แถวแป้งขนมปังความยาว 600 เมตร บนสายพานการผลิตมูลค่า 20 ล้านในโรงงานเบิร์นเลย์ คือสิ่งที่ดีที่สุดของการผลิตขนมปังแถวของบริษัท
เหตุผลเพราะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า ยอดขายขนมปังของวอร์เบอร์ตันส์อยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมเพียงใด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า การที่วอร์เบอร์ตันส์ผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งได้ ก็เป็นผลจากการไม่หยุดเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ
โรส วอร์เบอร์ตันส์ ผู้อำนวยการของวอร์เบอร์ตันส์ ธุรกิจครอบครัวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1876 ระบุว่า ความต้องการมหาศาลข้างต้นเป็นผลงาน "ธินส์" (Thins) ขนมปังแซนด์วิชแคลอรีต่ำ ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมตัวใหม่ พร้อมอธิบายถึงที่มาที่ไปของธินส์
"รสนิยมของผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าผู้บริโภคเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก เพราะผู้บริโภครู้จักประเทศต่างๆ และเปิดรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งขนมปังเป็นอาหารหลักที่คนต้องทานทุกสัปดาห์ ดังนั้น พวกเขาจึงต้องการสิ่งที่แตกต่าง" โรส วอร์เบอร์ตันส์ อธิบายถึงเหตุผลที่จำเป็นต้องประยุกต์ใช้นวัตกรรมทันสมัยในการคิดค้นสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
ทั้งนี้ ธินส์วางขายในตลาดอังกฤษครั้งแรกในปี 2011 และจนถึงขณะนี้ ธินส์สามารถครองส่วนแบ่งตลาดขนมปังได้ประมาณ 10% โดยยอดขายขนมปังแถวยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 70% ขณะที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ขนมปังประเภทอื่นๆ ของบริษัท เช่น แพนเค้ก แป้งห่อ เค้กมันฝรั่ง และขนมปังปลอดกลูเตน (โปรตีนจากข้าวสาลี) ก็ทยอยเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน
ด้วยแนวทางที่ไม่หยุดยั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ทำให้ในปี 2010 วอร์เบอร์ตันส์กลายเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษที่ขายดีเป็นอันดับที่ 2 ในร้านสะดวกซื้อจากการสำรวจของนิตยสารโกรเซอร์ เป็นรองก็เพียงแต่แบรนด์โคคาโคลาเท่านั้น
ขณะเดียวกัน วอร์เบอร์ตันส์ก็สามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 35 ล้านปอนด์ ในปี 2013 และมีรายได้ที่ได้จากการขายต่อปีอยู่ที่ราว 7% โดยผลสำรวจของคันทาร์ เวิลด์พาเนล บริษัทวิจัยตลาด เปิดเผยว่า วอร์เบอร์ตันส์คือผลิตภัณฑ์ที่มีผู้ซื้อบ่อยที่สุด โดยเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคในตลาดอังกฤษเฉลี่ย 25 ครั้ง/ปี จาก 86% ของครัวเรือนทั้งหมดในอังกฤษ
แน่นอนว่า ก่อนหน้าที่วอร์เบอร์ตันส์จะให้ความสำคัญกับการคิดค้นพัฒนาอย่างจริงจัง ผู้ผลิตขนมปังรายนี้ก็เผชิญกับยอดขายที่ตกต่ำเช่นกัน เพราะผู้ผลิตขนมปังจากสหรัฐเข้ามาตีตลาด กลายเป็นแรงกดดันสำคัญให้วอร์เบอร์ตันส์สรรหานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดใจขายกิจการเหมือนธุรกิจขนมปังรายอื่นๆ
ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา วอร์เบอร์ตันส์ทุ่มงบกว่า 400 ล้านปอนด์ เพื่อลงทุนด้านเทคโนโลยี เครื่องจักร และการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง "ธินส์" ก็คือหนึ่งในผลิตผลดังกล่าว โดยวอร์เบอร์ตันส์ใช้เวลาถึง 2 ปี ในการปรับปรุง จนทำให้ธินส์เป็นแป้งแซนด์วิชที่ใช้เวลาอบเพียง 90 วินาที และสามารถเย็นในช่องแช่แข็งด้วยเวลาต่ำกว่า 1 นาที ส่งผลให้กระบวนการผลิตเพื่อส่งขายทำความเร็วได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ธินส์จะประสบความสำเร็จได้ดี แต่สินค้าทุกชนิดที่คิดค้นขึ้นก็ใช่ว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากตลาดเสมอไป ซึ่งแต่ละความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ทำให้วอร์เบอร์ตันส์ได้เรียนรู้ว่า 1) กระแสของตลาดมีความสำคัญต่อการออกผลิตภัณฑ์ 2) ตลาดที่ต่างกันย่อมมีรสนิยมทานขนมปังที่แตกต่างกัน และ 3) ความเร็วในการจัดส่งสินค้าต่อวันคือปัจจัยสำคัญสำหรับขนมปัง ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวทำให้วอร์เบอร์ตันส์ตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม
"นวัตกรรมของวอร์เบอร์ตันส์ถือเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งที่ทำให้กิจการสามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เสมอในขณะที่ผู้ผลิตขนมปังรายอื่นๆ ต้องประสบกับความท้าทายด้านการเงิน" เฟรเซอร์ แมคเควิตต์ หัวหน้าฝ่ายบริโภคและค้าปลีกของคันทาร์ฯ สรุป







