
ปตท.หนุนแยกราคาLPG
ปตท.สนับสนุนรัฐบาลแยกราคาแอลพีจีภาคขนส่ง-ครัวเรือน ชี้ช่วยลดปริมาณนำเข้า ระบุหากตรึงต่อตัวเลขนำเข้าแตะปีละอย่างน้อย 1 ล้านตัน/ปี
ปตท.สนับสนุนรัฐบาลแยกราคาแอลพีจีภาคขนส่ง-ครัวเรือน ชี้ช่วยลดปริมาณนำเข้า ระบุหากตรึงต่อตัวเลขนำเข้าแตะปีละอย่างน้อย 1 ล้านตัน/ปี
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า เห็นด้วยหากรัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)โดยกำหนดเป็น 2 ราคา คือ 1.กลุ่มราคาขนส่งและอุตสาหกรรม 2.กลุ่มราคาอุตสาหกรรมและปิโตรเคมี เนื่องจากช่วยชะลอการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศได้
เพราะหากจะใช้นโยบายตรึงราคาต่อเนื่องอาจทำให้ปริมาณการนำเข้าสูงระดับ 1 ล้านตัน/ปี สร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการจ่ายชดเชยการนำเข้าในแต่ละเดือน
ทั้งนี้การตรึงราคาก๊าซเป็นปัญหาต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล ซึ่งปตท.ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติก็พร้อมจะดำเนินการตามนโยบาย แต่หากไม่ปรับโครงสร้างราคาเลย ปริมาณการนำเข้าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเงินที่ต้องนำไปอุดหนุนราคาไม่ได้มาจากภาครัฐโดยตรงแต่มาจากประชาชนที่เรียกเก็บจากผู้ใช้น้ำมันในแต่ละลิตร ในขณะที่การลงทุนโรงแยกก๊าซแห่ง และปิโตรเคมีคงไม่มีใครกล้ามาลงทุนเพิ่มเพราะจะเจอกับปัญหาขาดทุน
ปัจจุบันปตท.เป็นผู้รับภาระนำเข้าแอลพีจี โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะจ่ายชดเชยให้ซึ่งกองทุนน้ำมันฯยังมีภาระหนี้เก่าที่ติดค้างจากปีก่อนๆอยู่ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งภาระนำเข้าแอลพีจีแต่ละปีอยู่ที่1.5-2 หมื่นบ้านบาท/ปีจากยอดที่นำเข้ามาประมาณ 1.2-1.5 แสนตัน/เดือนหรือประมาณ 1.5 ล้านตัน/ปี ทั้งนี้หากรัฐยังไม่ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีโดยยังตรึงราคาหน้าโรงกลั่นและโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ระดับ 333 เหรียญสหรัฐ/ตันและกำหนดราคาขายปลีก 18.13 บาท/กก. ต่อไป บนสมมติฐานที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6หากเปิดดำเนินได้อาจจะช่วยลดการนำเข้าให้ต่ำกว่า 1 แสนตัน/เดือนได้บ้างแต่ในภาพรวมตลอดทั้งปีการนำเข้าก็ยังสูง 1 ล้านตัน/ปีอยู่ดีเพราะยอดใช้ภาคอุตสาหกรรม ยานยนต์และการลักลอบส่งออกชายแดนจะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้ยอดใช้เพิ่มขึ้น 10% /ต่อปี”นายประเสริฐ กล่าว
"เห็นด้วยหากรัฐศึกษาการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี โดยทยอยปรับราคาแบบขั้นบันไดหรือแยก 2 ราคา ซึ่งมีหลายแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งการแยกราคาแอลพีจีที่ใช้ในภาคขนส่งและอุตสาหกรรมให้ สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงแล้ว ตรึงราคาหรือขยับราคาแอลพีจีที่ใช้ในครัวเรือนบ้างเล็กน้อย ก็คาดว่าการนำเข้าจะลดลงในที่สุด"นายประเสริฐกล่าว
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างพิจารณาถึงรายละเอียดนโยบายการแยกราคาแอลพีจี เป็น 2 ตลาด คงต้องมาดูว่าจะใช้วิธีไหนที่ทำให้ภาคครัวเรือนใช้แอลพีจีในราคาต้นทุนได้บ้างซึ่งหากจะเลือกวิธีการดังกล่าวจะนำมาใช้หลังจากหมดระยะเวลามาตรการตรึงราคาแอลพีจีในช่วงเดือนก.พ.2554
"ขณะนี้คงยังตอบไม่ได้ว่าราคาภาคครัวเรือนจะแพงหรือถูกกว่าราคาที่ตรึงไว้ 18.13 บาท/ก.ก.หรือไม่ คงต้องมาดูถึงผลการศึกษาอีกครั้ง ซึ่งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาในเรื่องการแยกราคาแอลพีจีเตรียมไว้ โดยพิจาณณาตามความเหมาะสมในทุกๆ ด้าน พร้อมกันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ"นพ.ชวรัตน์กล่าว







