
ตามติดความเคลื่อนไหว
เสนออาเซียนยกเครื่องภาษี
เสนออาเซียนยกเครื่องภาษี
เว็บไซต์บรูไน ไทมส์ อ้างข้อมูลในรายงานฉบับล่าสุดของสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนที่เสนอต่อผู้นำชาติอาเซียน ว่า ชาติอาเซียนจำเป็นต้องใช้นโยบายภาษีเดียวกันทั้งภูมิภาค เพื่อดึงดูดการลงทุนต่างชาติเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน ความแตกต่างของระบบภาษีของชาติสมาชิก 10 ประเทศเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) พร้อมอธิบายว่า นอกจากเรื่องอัตราภาษีแล้ว ระบบภาษีที่ซับซ้อนยังส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนด้วย
นอกจากปรับปรุงโครงสร้างภาษีแล้ว อาเซียนควรจัดตั้งธนาคารของภูมิภาคเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และยอมรับสินทรัพย์ข้ามแดนเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนยังเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์อนุญาโตตุลาการอาเซียนและสำนักทะเบียนอาเซียน เพื่อช่วยควบคุมดูแลประเด็นที่ไม่ยุติธรรมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจในภูมิภาค
กระตุ้นใช้เงินจ๊าด
สื่อท้องถิ่นของพม่ารายงานว่าธนาคารกลางพม่ากระตุ้นหน่วยงานราชการใช้สกุลเงินจ๊าดในการทำธุรกรรม เพื่อลดความต้องการเงินเหรียญสหรัฐ โดยระบุว่า การใช้สกุลเงินต่างประเทศในอุตสาหกรรมท้องถิ่นทำให้อัตราแลกเปลี่ยนขาดเสถียรภาพ และส่งผลกระทบต่อสกุลเงินท้องถิ่น
นอกจากการป้องกันไม่ให้หน่วยงานราชการใช้เงินเหรียญสหรัฐมากเกินไปแล้ว ธนาคารกลางพม่ายังจำกัดวงเงินสำหรับการถอนเงินเหรียญสหรัฐจากบัญชีธนาคารท้องถิ่นของบุคคลทั่วไปหรือองค์กรต่างๆ ไว้สูงสุด 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ แต่จะยกเว้นสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สถานทูต และองค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีเงินจ๊าดอ่อนค่าลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ แต่หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนในตลาด เงินจ๊าดอ่อนค่าลงไปแล้วเกือบ 10%
สำรวจนักลงทุนต่างชาติ
เว็บไซต์พนมเปญโพสต์รายงานว่า ธนาคารกลางกัมพูชาเตรียมทำการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนต่างชาติเชิงลึก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายของประเทศ แผนการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ และการนำวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลกาภิวัตน์
ทั้งนี้ กัมพูชาคาดหวังว่า การสำรวจครั้งนี้จะทำให้เข้าใจมูลค่าทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนต่างชาติจะสร้างให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยจะรวบรวมข้อมูลรายละเอียดทางธุรกิจ เช่น ทักษะและเทคโนโลยีที่บริษัทจะนำเข้ามาในประเทศ และจุดมุ่งหมายเฉพาะทางอุตสาหกรรมของนักลงทุน โดยการสำรวจจะครอบคลุมทั้งนักลงทุนโครงการใหม่ที่ลงทะเบียนกับสภาเพื่อการพัฒนาของกัมพูชาแล้ว และนักลงทุนต่างชาติรายเดิม







