posttoday
พม่าจ่อดึงต่างชาติผลิตรถยนต์

พม่าจ่อดึงต่างชาติผลิตรถยนต์

04 มิถุนายน 2558

พม่าปรับนโยบายยานยนต์ เล็งดึงต่างชาติผลิตรถ คาดร่างกฎหมายใหม่เสร็จทันสิ้นปี

พม่าปรับนโยบายยานยนต์ เล็งดึงต่างชาติผลิตรถ คาดร่างกฎหมายใหม่เสร็จทันสิ้นปี

รายงานข่าวจากเว็บไซต์ข่าวอิรวดี ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศได้ประชุมหารือแนวทางจัดทำนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของพม่า ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมายยานยนต์ฉบับปัจจุบัน

นายออง มินท์ รองประธานสมาคมวิศวกรรมของประเทศพม่า และคณะทำงานร่างนโยบายอุตสาหกรรมยายนต์ กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้จะมีการกำหนดกฎระเบียบใหม่สำหรับการนำเข้าภาษีการค้า การจดทะเบียนรถยนต์ รถสาธารณะ และการลงทุนผลิตรถยนต์ในประเทศ

ทั้งนี้ นโยบายใหม่จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ภายในประเทศพม่า โดยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน จากเดิมที่เน้นส่งเสริมการนำเข้ารถยนต์มือสองจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าร่างนโยบายใหม่จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2558 หลังจากปัจจุบันกฎหมายที่ไม่ชัดเจนทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในพม่าเป็นไปอย่างล่าช้า

ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2554 รัฐบาลพม่าได้ผ่อนคลายกฎระเบียบการนำเข้ารถยนต์มือสองจากต่างประเทศ ส่งผลให้ชาวพม่ามีโอกาสเป็นเจ้าของรถยนต์มากขึ้น และทำให้มีรถยนต์หลั่งไหลเข้าสู่พม่าเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามมีครัวเรือนพม่าเพียง 3% เท่านั้นที่เป็นเจ้าของรถยนต์ รถกระบะ หรือรถตู้

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ค่ายรถยนต์ต่างชาติหลายรายได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในพม่าแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่มีการผลิตรถยนต์ในพม่า

“ถ้าพูดถึงการลงทุนผลิตรถยนต์ พม่าเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก เพราะมีประชากรจำนวนมาก แต่ตอนนี้ตลาดรถยนต์ในพม่ายังไม่ใหญ่พอ คงต้องใช้เวลาในการพัฒนาตลาด เหมือนกับประเทศไทยในช่วงแรกที่ต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปี กว่าที่จะมียอดขายรถยนต์ปีละ 5 แสนคัน” นายสุรพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตลาดพม่าอาจจะเติบโตกว่าตลาดไทยในอดีตแต่นักลงทุนยังต้องรอให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อม มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนเหมาะสม ซึ่งต้องใช้เวลานาน

ปัจจุบันในกลุ่มประเทศไทย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม มีเพียงไทยและเวียดนามเท่านั้นที่มีโรงงานผลิตรถยนต์ภายในประเทศ ซึ่งเวียดนามได้ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานแล้ว แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีฐานการผลิตในไทย ซึ่งการส่งออกรถยนต์จากไทยไปจำหน่ายในเวียดนามถือว่าสะดวกและไม่ไกล ทำให้ยังมีการผลิตรถยนต์ในเมืองไทยมากกว่า

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ในอนาคตเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในเวียดนามน่าจะเติบโตมากขึ้น เพราะมีตลาดขนาดใหญ่ และมีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมไอทีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเวียดนามยังได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษทางภาษี (จีเอสพี) จากประเทศยุโรป จึงมีความได้เปรียบไทย หากต้องการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ 

สมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียนระบุว่า ในปี 2557 ไทยผลิตรถยนต์มากที่สุดในอาเซียนจำนวน 1.88 ล้านคัน

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย