
ระวังหุ้นยุโรปผันผวนระยะสั้น
บล.ฟิลลิปยังเชียร์กองหุ้นต่างประเทศมากกว่าในประเทศชี้หุ้นยุโรประยะสั้นเสี่ยง
บล.ฟิลลิปยังเชียร์กองหุ้นต่างประเทศมากกว่าในประเทศชี้หุ้นยุโรประยะสั้นเสี่ยง
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ปัจจัยภายในประเทศยังมีชัดเจน จึงแนะนำให้ลงทุนกองทุนหุ้นต่างประเทศมากกว่ากองทุนหุ้นในประเทศ โดยแนะนำการลงทุนในหุ้นจีนและญี่ปุ่นแต่ให้ระวังการลงทุนในหุ้นยุโรป
“ยิ่งใกล้วันครบกำหนดการชำระหนี้ของกรีซในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ก็ยิ่งมีความผันผวนในตลาดหุ้นมากขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่ากรีซไม่น่าจะมีเงินพอในการชำระหนี้กับ IMF ทั้งหมดประมาณ 1,500 ล้านยูโร ทางกรีซเองกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ในยูโรโซน แต่ประชาชนกรีซเริ่มถอนเงินฝากออกจากธนาคารในประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าความกังวลจากปัญหานี้”นายสานุพงศ์ กล่าว
นายสานุพงศ์ แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนกองทุนหุ้นยุโรปมากขึ้น โดยรอให้ปัญหาหนี้ของกรีซมีความชัดเจนก่อนจึงเข้าลงทุนเพิ่ม เพราะในระยะสั้นมีความเสี่ยงสูงจากเรื่องการชำระหนี้ของกรีซ
นอกจากนี้ นายสานุพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว สัปดาห์นี้มีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามองมากขึ้น เช่น อัตราการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐและตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดระยะเวลาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ที่อาจจะมีการพูดถึงมากขึ้นในการประชุมกลางเดือนนี้ แต่ยังแนะนำการลงทุนในกองทุนหุ้นญี่ปุ่น
ขณะที่ตลาดหุ้นจีนยังคงน่าสนใจลงทุนในระยะยาว เนื่องจากนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว แม้ว่าในสัปดาห์ที่แล้วมีการปรับฐานลงประมาณ 6% เนื่องจากทางการจีนคุมเข้มข้อกำหนดการซื้อขายหุ้นด้วยบัญชีมาร์จิ้น และธนาคารกลางจีนได้ดูดซับสภาพคล่องออกจากตลาดซึ่งช่วยลดการเก็งกำไรในระยะสั้นลง
“เรามองเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นจีนในระยะยาวนั้นยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจจีนยังคงเดินหน้าได้จากนโยบายต่างๆ ของจีนที่ทยอยออกมา จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อกองทุนในตลาด H-Share เนื่องจากราคาหุ้นส่วนใหญ่ยังไม่ปรับตัวสูงนักเมื่อเทียบกับ A-Share” นายสานุพงศ์ กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทย นายสานุพงศ์ กล่าวว่า “ปัจจัยภายนอกกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง หลังความกังวลเรื่องกรีซเริ่มมีมากขึ้นว่าจะผิดชำระหนี้ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ ทำให้ตลาดปรับตัวผันผวนอีกครั้งในช่วงนี้และนักลงทุนส่วนใหญ่ยังจับตาเรื่องกรีซก่อนที่จะลงทุน”
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่ง บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่าน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่จะปรับลงอีกครั้ง
“สัปดาห์นี้คาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,480-1,520 จุด แต่ถ้าความเสี่ยงจากกรีซเพิ่มมากขึ้นอาจจะเห็นเคลื่อนไหวในแนวรับ 1,450 จุด ได้ จึงแนะนำให้ลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนต่อเนื่องเพื่อลดความผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงนี้” นายสานุพงศ์ กล่าว
นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่กรีซจะไม่สามารถชำระหนี้งวดแรกให้ IMF ได้ ยังทำให้ราคาทองคำผันผวนรุนแรง 1,170-1,220 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรกองทุนทองคำ แต่ลงทุนประมาณ 5-10% ของพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง
นายสานุพงศ์ยังแนะนำให้ชะลอการลงทุนในกองทุนน้ำมันฯ ออกไป เนื่องจากมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะผันผวนได้มากในสัปดาห์นี้ เพราะใกล้วันประชุมกลุ่มโอเปกซึ่งคาดว่าที่ประชุมโอเปกจะมีมติคงกำลังการผลิตไว้เพื่อกดดันราคาและรักษาส่วนแบ่งการตลาด







