
SUPERเลือกคนซื้อพีพี
บิ๊ก SUPER เผยความต้องการซื้อหุ้นพีพีสูง ชี้พันธมิตรเลื่อนซื้อหุ้นไม่กระทบแผนใช้เงิน
บิ๊ก SUPER เผยความต้องการซื้อหุ้นพีพีสูง ชี้พันธมิตรเลื่อนซื้อหุ้นไม่กระทบแผนใช้เงิน
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) เปิดเผยว่า บริษัท Global Energy Holding แจ้งเลื่อนการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายบุคคลในวงจำกัด (พีพี) จำนวน 500 ล้านหุ้น ราคาซื้อหุ้นละ 2.50 บาท รวม 1,250 ล้านบาท ออกไปเป็นภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ จากเดิมวันที่ 31 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ต้องเสนอขออนุมัติแผนการลงทุนใหม่ เพราะหุ้นที่ซื้อครั้งนี้มีความเสี่ยงต้องถูกกำหนดระยะเวลาการขายหุ้น (Silent Period) ตามเกณฑ์หุ้นเสนอขายพีพีในราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาดเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่หุ้นพีพีเข้าซื้อขาย คาดว่า Global Energy จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 3 เดือน หรือภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้
นายจอมทรัพย์ กล่าวว่า การเลื่อนซื้อหุ้นพีพีไม่กระทบแผนการใช้เงินและการลงทุน เนื่องจากโครงการโซลาร์ฟาร์มเฟสแรกได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพแล้ว และภายในเดือน ก.ค.นี้ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ชุดที่ 1 (SUPER - W1) กำหนดใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้น คาดมีเงินจากการใช้สิทธิ 2,000 ล้านบาท เข้ามา
“บริษัทมีเงินเพียงพอจากการสนับสนุนของแบงก์กรุงเทพ และเงินวอร์แรนต์ ซึ่งเงินจากการขายหุ้นพีพีไม่ได้อยู่ในแผนการขยายโครงการ ฉะนั้นไม่กระทบแผนการลงทุน แต่การขายพีพีเป็นการหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ซึ่ง Global Energy เป็น 1 ในพันธมิตรจากต่างประเทศที่เข้ามาช่วยด้านข้อมูลการทำโซลาร์ฟาร์มที่บริษัทจะขยายไปญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ สำหรับโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นตั้งเป้าทำ 300 เมกะวัตต์” นายจอมทรัพย์ กล่าว
ประธานกรรมการ กล่าวว่า หุ้นพีพี SUPER มีความต้องการสูง มีนักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศให้ความสนใจหลายราย ซึ่งบริษัทไม่ได้ดูแค่เงิน แต่ดูที่ความร่วมมือในเชิงธุรกิจหรือการเป็นพันธมิตรระยะยาว ดังนั้นบริษัทไม่ห่วงกรณีที่ถึงกำหนดเดือน ส.ค. แล้ว Global Energy ไม่ลงทุน
“การขยายเวลาของ Global Energy ไม่ได้ส่งผลกับแผนการใช้เงิน ซึ่งหุ้นเพิ่มทุน SUPER มีความต้องการสูงมาก บริษัทไม่ได้มองแค่เงินอย่างเดียว แต่ดูความร่วมมือประกอบด้วย บริษัทจึงไม่ห่วงการขายหุ้นเพิ่มทุน” ประธานกรรมการ กล่าว
สำหรับราคาหุ้น SUPER ลงมาปิดตลาดที่ 1.93 บาทลดลง 0.07 บาทซึ่งก่อนหน้าบริษัทได้เปลี่ยนแปลงราคาตามมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากหุ้นละ 1 บาทเหลือ 0.10 บาทไตรมาสแรกขาดทุนหนักกว่า 33 ล้านบาท







