posttoday
PTGปักหมุดติดSET50ปีหน้า

PTGปักหมุดติดSET50ปีหน้า

03 มิถุนายน 2558

PTG หวังติด SET50 ปีหน้า เฆี่ยนกำไรโตก้าวกระโดดจากขยายปั๊มและธุรกิจนอกน้ำมัน

PTG หวังติด SET50 ปีหน้า เฆี่ยนกำไรโตก้าวกระโดดจากขยายปั๊มและธุรกิจนอกน้ำมัน

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยว่า บริษัทกำหนดเป้าหมายจะพยายามผลักดันให้หุ้นได้รับเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 อย่างเร็วได้เห็นในปี 2559 และอย่างช้าภายในปี 2560 จากปัจจุบันติดอันดับอยู่ใน SET100 และล่าสุดเพิ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในดัชนี MSCI Global Small Cap

“เรื่องการติดอันดับ SET50 เป็นแผนของบริษัทตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นแล้วว่าภายใน 4 ปีหลังกระจายหุ้นต้องได้เห็น โดยแผนแรกคือการติด SET100 สามารถเข้าได้ภายในระยะเวลาปีกว่า ทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้” นายพิทักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ การจะติด SET50 ได้นั้น จะต้องมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มสูงกว่าระดับปัจจุบัน เพราะลำดับท้ายๆ ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ติดใน SET50 มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 3.7-4 หมื่นล้านบาท ขณะที่มาร์เก็ตแคปของบริษัทอยู่ที่ระดับประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมาร์เก็ตแคปนั้นขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งประเมินว่าแนวโน้มกำไรในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า จะมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ผลพวงจากแผนการขยายสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) ให้เพิ่มเป็น 2,300 สถานีทั่วประเทศ หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มอีก 250 แห่ง เป็น 1,200 แห่ง เฉพาะเดือน มิ.ย.นี้ บริษัทจะมีสถานีบริการ 1,050 แห่ง นับเป็นอันดับ 2 เป็นรองเพียงบริษัท ปตท. (PTT) เท่านั้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจนอกกลุ่มน้ำมัน (non-oil) โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเข้าไปร่วมลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเอทานอล ธุรกิจพลังงานทดแทนจากชีวมวล และโรงไฟฟ้าจากขยะ ภายในไตรมาส 3 นี้น่าจะได้ข้อสรุป ซึ่งเป็นโครงการที่มีกำลังการผลิตอยู่แล้ว และบางโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการ บริษัทจะเข้าไปในลักษณะเข้าร่วมลงทุนถือหุ้นประมาณ 40-60%

ในเบื้องต้นต้องการจะมีกำลังการผลิตรวม 40-50 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าให้เป็น 100 เมกะวัตต์ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

สำหรับแหล่งเงินลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ นั้น จะถูกนับรวมอยู่ในแผนเงินลงทุนปีนี้ 2,400 ล้านบาท โดยหลักเพื่อใช้ในการขยายสถานีบริการ เพราะการเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่นั้น น่าจะเป็นการทยอยการลงทุนมากกว่า แต่หากแต่ละโครงการที่เข้าไปลงทุนมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก บริษัทมีช่องทางในการระดมทุนหลากหลายจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ล่าสุดได้รับการจัดอันดับจากสถาบันจัดอันดับเครดิต ทริส เรทติ้ง ที่ระดับ BBB ดังนั้นหากบริษัทมีความจำเป็นในการใช้เงินสามารถออกหุ้นกู้ได้ โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนในขณะนี้

นายพิทักษ์ กล่าวอีกว่า ผลจากจำนวนสถานีบริการน้ำมันที่เพิ่มขึ้นน่าจะมีส่วนผลักดันให้รายได้ของบริษัทขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่คาดการณ์ได้ยากว่าจะเป็นเท่าใด ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน แต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ในระดับแสนล้านบาท อย่างไรก็ตามคาดว่าสัดส่วนธุรกิจน้ำมันจะมีสัดส่วนกำไร 89%

ขณะที่ธุรกิจ non-oil น่าจะมีสัดส่วนกำไรประมาณ 11% จากปัจจุบันกำไรส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งจำนวนมาจากธุรกิจน้ำมัน

สำหรับผลประกอบการในปีนี้คาดว่ารายได้จะมีการเติบโตประมาณ 20% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 5.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจากรายได้ที่สูงขึ้นจะผลักดันให้ผลกำไรของบริษัทขยายตัวเพิ่มตามเช่นกัน โดยคาดว่ากำไรสุทธิก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) จะมีการเติบโตในอัตรา 30-40% เป็นผลจากจำนวนปั๊มน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และปริมาณการใช้น้ำมันที่น่าจะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตในไตรมาสแรกที่ผ่านมา มีสถิติยอดขายสูงสุดถึง 572 ล้านลิตร เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ราคาหุ้น PTG ปิดตลาดที่ 11.90 บาทลดลง 0.30 บาทแต่ปรับขึ้นอย่างมากจากราคาไอพีโอ

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย