
รับผิดชอบต่อสังคม
เห็นข่าวคราวการจับกุมเหล่าบรรดาขาซิ่งสองล้อข้างถนนทั้งแว้นบอยและสก๊อยเกิร์ลของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ภารกิจ "ราชพฤกษ์โมเดล" ที่ได้สนธิกำลังจาก 3 สถานีตำรวจ ได้แก่ สน.ตลาดพลู สำเหร่ บางยี่เรือ และเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 150 นาย สามารถจับกุมได้กว่า 400 คน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมในการควบคุมความสงบที่เกิดขึ้นในสังคม
เห็นข่าวคราวการจับกุมเหล่าบรรดาขาซิ่งสองล้อข้างถนนทั้งแว้นบอยและสก๊อยเกิร์ลของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้ภารกิจ "ราชพฤกษ์โมเดล" ที่ได้สนธิกำลังจาก 3 สถานีตำรวจ ได้แก่ สน.ตลาดพลู สำเหร่ บางยี่เรือ และเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 150 นาย สามารถจับกุมได้กว่า 400 คน ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าชื่นชมในการควบคุมความสงบที่เกิดขึ้นในสังคม
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้กับกระแสการเสนอให้ผู้ที่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 30 ปีบริบูรณ์ อันเนื่องมาจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากความคึกคะนอง หรือความประมาทจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต ซึ่งที่เป็นข่าวหลายรายผู้ขับขี่จะมีอายุน้อยหรือแม้กระทั่งบางรายไม่มีใบขับขี่
การหยิบยกขึ้นมานำเสนอให้เห็นถึงเรื่องราวทั้งสองดังกล่าวที่เกิดขึ้นนี้ จากความคึกคะนองหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อะไรก็ตาม แต่ประเด็นอยู่ที่ "ความรับผิดชอบต่อสังคม" ที่ควรคำนึงถึงที่สุดเหนือการกำเงินไปซื้อเสียอีก เพราะไม่เพียงแต่หากเกิดอุบัติเหตุแล้วจะต้องรับผิดชอบตัวเองได้เท่านั้น แต่ต้องหมายถึงความสามารถในการรับผิดชอบคนอื่นในสังคมด้วยเช่นกัน
ดังนั้น อยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ขับขี่ และที่สำคัญคือ กรมการขนส่งทางบก ให้เข้มงวดในการอบรมสอบใบอนุญาตขับขี่ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ รวมถึงความเข้มงวดในการเอาผิดลงโทษ โดยที่เห็นว่าน่าจะเกิดผลคือ การนำผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการรับโทษ หากผู้ขับขี่ในความปกครองก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคมจะได้ช่วยกันควบคุมได้บ้าง
ภาวนาอยากเห็นพัฒนาการของความ "สำนึกในสังคม" จากทุกฝ่ายอย่างจริงจังขึ้นไปอีกในอนาคต







