
ทริกเกอร์หุ้นไทยจ๋อยดัชนีสุดสวิง
5 เดือนแรกทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยเฉา ดัชนีแกว่งไม่ไปไหน ทริกเกอร์หุ้นนอกพาเหรดเข้าเป้า
5 เดือนแรกทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยเฉา ดัชนีแกว่งไม่ไปไหน ทริกเกอร์หุ้นนอกพาเหรดเข้าเป้า
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรก ปี 2558 ยังไม่มีกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ลงทุนในหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายและเลิกโครงการ เนื่องจากบรรยากาศตลาดหุ้นไทยไม่ค่อยดี ทำให้ดัชนีแกว่งตัวขึ้นลงไม่ไปไหน ทั้งนี้ ทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยที่ออกในปีนี้ส่วนใหญ่มีผลตอบแทนเป้าหมาย 5-6%
“ส่วนใหญ่ทริกเกอร์ฟันด์หุ้นไทยออกมาในเดือน มี.ค. ซึ่งตลาดปรับตัวลงมามาก แต่ช่วงนี้ยังไม่เห็น บลจ.ออกกองใหม่ แม้ตลาดจะปรับตัวลงมามากแล้วก็ตาม อาจเพราะทิศทางตลาดยังไม่ชัดเจนและกองเก่ายังไม่เข้าเป้า บลจ.จึงหันไปออกทริกเกอร์ฟันด์ต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเฉลี่ย 8%” นายกิตติคุณ กล่าว
ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยในช่วง 5 เดือนแรกแกว่งตัวผันผวน วันที่ 29 พ.ค. ปิดที่ 1,496.05 จุด ลดลง 1.62 จุด หรือลดลง 0.11% จากสิ้นปี 2557 อยู่ที่ 1,497.67 จุด โดยทำระดับสูงสุดไว้ที่ 1,615.89 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,477.58 จุด ซึ่งมีทริกเกอร์ฟันด์บางกองที่มีเงื่อนไขทยอยคืนผลตอบแทนเป็น 2 รอบ เช่น 2-3% สามารถจ่ายคืนให้ผู้ลงทุนได้รอบแรก แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายทั้งหมด
สำหรับกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายมากถึง 10 กอง ส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นจีนและญี่ปุ่น ขณะที่กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ที่ลงทุนในน้ำมันก็ทำผลตอบแทนได้ตามเป้าทุกกองทุน หลังจากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจากช่วงต้นปีและยังไม่มีออกกองใหม่เพิ่ม
นายกิตติคุณ กล่าวว่า ภาพรวม 5 เดือนแรกของปี 2558 มีกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ออกใหม่ 58 กองทุน มูลค่ารวม 27,450 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนต่างประเทศ 30 กองทุน มูลค่ารวม 14,750 ล้านบาท สัดส่วนประมาณ 57.73% ของที่ออกทั้งหมด ส่วนกองทุนทริกเกอร์หุ้นไทยมีจำนวน 23 กองทุน มูลค่า 9,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 35.34% และกองทุนทริกเกอร์น้ำมัน 5 กองทุน มูลค่ารวมกัน 3,000 ล้านบาท คิดเป็น 10.93%
อย่างไรก็ตาม หากแยกรายประเทศ พบว่า กองทุนทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนหุ้นจีนมีจำนวน 10 กองทุน มูลค่า 5,700 ล้านบาท หุ้นญี่ปุ่น 10 กองทุน มูลค่า 4,400 ล้านบาท หุ้นเอเชีย 5 กองทุน มูลค่า 3,400 ล้านบาท หุ้นสหรัฐ 2 กองทุน มูลค่า 750 ล้านบาท และอื่นๆ 3 กองทุน มูลค่า 500 ล้านบาท
ปัจจุบันนักลงทุนเริ่มกระจายลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดย 4 เดือนแรกมีเงินไหลออกไปลงทุนกองหุ้นญี่ปุ่น 1.1 หมื่นล้านบาท กองหุ้นจีน 5,000 ล้านบาท กองหุ้นสหรัฐ 650 ล้านบาท และกองหุ้นยุโรป 500 ล้านบาท







