
จัดมหกรรมใหญ่สักครั้ง
ช่วงนี้มีงานมหกรรมใหญ่ๆ หลายงานที่จัดชนกัน อาทิ งานโอท็อปของกระทรวงมหาดไทยที่เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25-31 พ.ค. 2558 งานใหญ่ประจำปีที่ระดมสินค้าภูมิปัญหาเด่นๆ จากทุกจังหวัดมาเสนอให้คนกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้อ
ช่วงนี้มีงานมหกรรมใหญ่ๆ หลายงานที่จัดชนกัน อาทิ งานโอท็อปของกระทรวงมหาดไทยที่เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25-31 พ.ค. 2558 งานใหญ่ประจำปีที่ระดมสินค้าภูมิปัญหาเด่นๆ จากทุกจังหวัดมาเสนอให้คนกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้อ
ส่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็ไม่น้อยหน้า วันที่ 28-31 พ.ค. 2558 จัดงานชื่อ Outlet เพื่อประชาชน มหกรรมสินค้าราคาโรงงาน ระดมสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงมาเปิดบูธจำหน่ายที่กระทรวงแถวถนนพระราม 6 เต็มพื้นที่ ขึ้นชื่อว่าสินค้าจากโรงงาน รับประกันได้เลยว่างานนี้ราคาถูกจริง
นอกจาก 2 งาน 2 กระทรวงแล้ว ยังมีงานใหญ่ที่ตลาดอีกแห่งคือ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพ ตลาดนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมีดำริให้สร้างเป็นตลาดกลางช่วยเหลือเกษตรกร งานแรกคืองานกล้วยไม้ ถัดไปคืองานข้าวไทย และที่เพิ่มจบไปอีกงานเมื่อวันอาทิตย์คือ งานเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ ซึ่งมอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพ
วันศุกร์ที่ 5 มิ.ย.นี้ กำลังจะมีพิธีเปิด...งานไม้ดอกไม้ประดับและปลาสวยงาม ซึ่งจัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้ง โดยท่านนายกรัฐมนตรีก็จะให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดเช่นงานอื่นๆ
การจัดงานทั้ง 3 จุด ผมคิดว่าได้ประโยชน์มากมายทุกฝ่ายได้แน่ๆ คือบรรดาผู้ประกอบการน้อยใหญ่มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น มีโอกาสขายของระบายสินค้าในสต๊อกได้บ้าง อย่างน้อยก็ได้เงินทุนหมุนเวียนกลับมาประคับประคองกิจการ
อีกฝ่ายที่ได้ประโยชน์มากคือประชาชนผู้บริโภคได้เต็มๆ จากโอกาสซื้อหาของกินของใช้ในครัวเรือนราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพไปได้ไม่มากก็น้อย อย่างที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดเอาน้ำตาลทรายมาขายพิเศษเพียงกิโลกรัมละ 5 บาท แค่นี้ก็ช่วยคนหาเช้ากินค่ำประหยัดไปเยอะล่ะครับ
ส่วนที่ได้แน่ๆ อีกฝ่ายก็คือรัฐบาล นี่คือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากแบบง่าย รวดเร็วและเห็นผลชัดเจนที่สุด ยอดซื้อขายในงานนับวันชัดเจน พ่อค้าแม่ขายแต่ละรายขายได้วันละเท่าไหร่นับได้ชัดเจน จำนวนคนเข้าร่วมงานนับได้ชัดเจน ถ้านำยอดขายมานับรวมทุกงาน มั่นใจว่าสร้างมูลค่าการค้าขายเป็นร้อยล้านหรือหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว เวลาสั้นๆ แต่มูลค่าหมุนเวียนสูง ย่อมส่งผลดีกับ
ห่วงโซ่ผู้ผลิตและผู้บริโภคทุกระดับชั้นอย่างมีนัยสำคัญ
นี่แค่การจัดงานโดยหน่วยงานรัฐเพียง 3 แห่งยังได้ประโยชน์มากมายเช่นนี้ ถ้ารัฐบาลจะทำพร้อมๆ กันทุกกระทรวงล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ผมจึงอยากเสนอไอเดียให้ทุกกระทรวงนัดหมายจัดมหกรรมในลักษณะนี้แบบพร้อมๆ กันสักครั้ง และวางแผนจัดยาวไปถึงสิ้นปีนี้เลย
หัวใจสำคัญอยู่ที่การบูรณาการจัดกิจกรรมอย่างเป็นหนึ่งเดียว จัดให้เกิดพลังต่อการกระตุ้นตลาด จัดให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนหมุนเวียนเงินทองในระบบ เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้ขยับตัวไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว
ลองพิจารณาดูนะครับ ทุกหน่วยมีงบประมาณ มีคนเก่งมีคนเชี่ยวชาญเรื่องการจัดมหกรรมทำนองนี้อยู่แล้ว เปลี่ยนจากต่างหน่วยต่างจัด ต่างหน่วยต่างแยกกันทำ จัดงานกระจายเป็นเบี้ยหัวแตก...หันมารวมกันสักครั้งจัดให้ยิ่งใหญ่ใหญ่ยิ่ง แล้วจะเห็นได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลง...!!







