posttoday
เอเชีย คอร์ปอเรท ดีเวลลอปเมนท์ ลัดเข้าธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานทางเลือก

เอเชีย คอร์ปอเรท ดีเวลลอปเมนท์ ลัดเข้าธุรกิจอสังหาฯ-พลังงานทางเลือก

01 มิถุนายน 2558

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

สนั่น ศิริพนิชสุธา วัย 55 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย คอร์ปอเรท ดีเวลลอปเมนท์ (ACD) ที่เข้ามารับตำแหน่งนี้เมื่อเดือน ม.ค. 2558 หลังจากกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทด้วยการซื้อหุ้นจาก “วาริณี อ่อนโชติ” ผู้ถือหุ้นใหญ่ก่อนหน้านี้ ด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการหนี้เสียช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ผู้นำใหม่ของ ACD หวังนำบริษัทเติบโตก้าวหน้าด้วยการนำเงินเพิ่มทุน 600 ล้านบาท ที่ได้มาเข้าซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดเพื่อนำมาพัฒนาต่อ เพื่อสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และรุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทางเลือก

สนั่น กล่าวว่า ต้องการถือหุ้น ACD 40-45% แต่คงเป็นไปได้ยาก เพราะหุ้นของบริษัทกระจายอยู่ในมือผู้ถือหุ้นรายบุคคลที่เข้ามาซื้อหุ้นนี้ เพราะเป็นคนชอบซื้อบริษัทมาทำ บริษัทนี้ไม่มีหนี้ มีทรัพย์สิน แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทำอยู่ยังทำได้ไม่ดี การเข้ามานั้นเป็นเพราะรู้จักผู้ถือหุ้นใหญ่คนก่อนคือ “วาริณี” และได้เข้ามานั่งเป็นกรรมการตั้งแต่ปลายปี 2557

บริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือน เม.ย.ให้เพิ่มทุนอีก 1,300 ล้านบาทเป็นการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 600 ล้านบาท หรือ 199 ล้านหุ้น และขายหุ้นเพิ่มทุนให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง 700 ล้านบาท หรือ 170 ล้านหุ้น

“กำลังเจรจากับพันธมิตรที่เป็นกองทุนกาตาร์และจีน ตกลงที่จะทำธุรกิจระยะยาว 5 ปี ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และพลังงานทางเลือก และคาดว่าภายในสองปีนับจากนี้จะล้างขาดทุนสะสมกว่า 300 ล้านบาทให้ได้”

ACD มีผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องมานานถึง 4 ปี สนั่นคาดว่าปีนี้เป็นปีแรกที่จะกลับมาฟื้นตัว โดยคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ใน 3 โครงการคอนโดมิเนียมตักสิลา ที่ จ.มหาสารคาม 270 ล้านบาท และกำลังเจรจาซื้อคอนโดมิเนียมพระราม 2 มูลค่า 700-800 ล้านบาท

สำหรับคอนโดมิเนียมที่กำลังเจรจาซื้อนั้น ถ้าตกลงกันได้จะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้จนถึงไตรมาสแรกปีหน้า และยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อโครงการทาวน์โฮมอีก 2 แห่ง และที่ดินเปล่าอีก 1 แห่ง มูลค่า 800 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าการเจรจาจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3 ปีนี้

ล่าสุดผลการดำเนินงานปี 2557 ACD ขาดทุน 82 ล้านบาท และไตรมาสแรกปีนี้ยังขาดทุนอีก 16 ล้านบาท แต่เป็นการขาดทุนที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 19 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะรายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทำไว้ยังไม่ได้รับรู้

สำหรับโครงการในการบริหารภายหลังสนั่นเข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยกรรมการชุดเดิมแทบจะไม่มีแล้วในโครงสร้างใหม่ มีเพียง พล.ต.ต.สหัสชัย อินทรสุขศรี ยังคงเป็นประธานกรรมการบริหาร และ ประทีป อนันตโชติ เป็นรองประธานกรรมการ โดยสนั่นเป็นทั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

สนั่น กล่าวว่า ธุรกิจหลักจะยังคงเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยจะเน้นอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยจะเข้าไปซื้อกิจการที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินเพื่อนำโครงการมาพัฒนาต่อและรับรู้รายได้เร็วกว่าการเริ่มทำโครงการตั้งแต่ต้น ทำให้บริษัทมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กำลังเจรจาอยู่ประมาณ 6-7 โครงการ

นอกจากนั้นจะพิจารณานำธุรกิจใหม่เข้ามาสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องคือพลังงานทางเลือก ที่จะมีพันธมิตรเข้ามาช่วยเสริมธุรกิจ โดยเชิญ เกลน ลาว เลียน เซ่ง ชาวสิงคโปร์เข้ามาเป็นกรรมการสายพลังงาน รวมถึงเชิญอดีตผู้บริหารการไฟฟ้านครหลวงด้วย

สนั่นคร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจการเงินในเอเชียระหว่างปี 2540-2541 ได้ร่วมมือกับองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินในการแก้ปัญหา และการบริหารจัดการหนี้เสียของสถาบันการเงิน 56 แห่งในประเทศไทย

เขานำทีมปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในการบริหารจัดการหนี้เสียซึ่งมีมูลค่ายอดรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนของนักลงทุนต่างชาติ

ในปี 2541 บริหารโครงการในการเข้าซื้อหนี้เสียมูลค่ายอดรวม 300 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับผู้ลงทุนชาวไทย และยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ลงทุนชาวไทยกลุ่มเดียวกันเพื่อบริหารหนี้เสียดังกล่าว โดยให้ผลตอบแทนอย่างมากในภายหลัง นอกจากการแก้ปัญหาหนี้สินของสถาบันการเงินไทย และยังช่วยเหลือในการปรับโครงสร้างบริษัท และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทไทยที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง อาทิ นิคมอุตสาหกรรมเอ็ม ดี เอ็กซ์


ในปี 2546 ได้เข้าไปบุกเบิกบริหารบริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นใหม่ในเครือของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศไทย โดยเพื่อบริหารจัดการหนี้เสียซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่บริหารงานหนี้เสียในสัดส่วนมากกว่า 70% ได้รับการแก้ไข ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การปรับชั้นหนี้ การชำระเงินคืน หรือการบังคับหลักประกันโดยสำเร็จลุล่วงมากมาย

เขาจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีทางด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ระดับปริญญาโททางด้านการตลาดระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย Woodbury สหรัฐ หลังจากจบปริญญาโทได้ทำธุรกิจส่วนตัวที่สหรัฐเกือบ 10 ปี หลังจากนั้นกลับมาเมืองไทยเริ่มต้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และประสบกับภาวะวิกฤตปี 2540 จึงเข้าสู่วงการปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่นั้นมา

ACD จากกลุ่มสันทนาการสู่อสังหาฯ

บริษัท เอเชีย คอร์ปอเรท ดีเวลลอปเมนท์ (ACD) ได้นำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือน ธ.ค. 2548 ด้วยทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 250 ล้านบาท ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจ การท่องเที่ยวและสันทนาการ โดยมีชื่อเดิมว่าบริษัท ไมด้า-เมดดาลิสท์ เอ็นเธอร์เทนเมนท์ หรือมีชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า MME โดย กมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการ ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่

ในปี 2552 บริษัทลงทุนในบริษัท เมดดาลิสท์ วิชั่น ซึ่งประกอบธุรกิจบริการรับเขียน จัดทำ ออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์และโฮมเพจ รับโฆษณา ออกแบบโฆษณา และบริการประชาสัมพันธ์ โดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ตสายโทรศัพท์ เกมออนไลน์

ในปี 2553 บริษัทลงทุนในบริษัท ออร่า ดรีม ซึ่งประกอบกิจการลงทุนก่อสร้างโรงแรมใน จ.นครปฐม เป็นจำนวนเงิน 45 ล้านบาท (ถือหุ้น 9%) ปัจจุบันโรงแรมได้เริ่มเปิดดำเนินการในนามโรงแรมไมด้า ทวารวดี แกรนด์ ขนาด 195 ห้อง ระดับ 5 ดาว

ในปี 2555 บริษัทลงทุนในบริษัท บูสท์ พลัส ซึ่งประกอบกิจการรับจ้างจัดงานทั้งภายในและภายนอกสถานที่ จัดคอนเสิร์ต และจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด

ในปี 2555 บริษัทได้ริเริ่มการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งโครงการแรกคือ โครงการ “The Impress” มีมูลค่าโครงการประมาณ 360 ล้านบาท ตั้งอยู่ ณ ต.ลำพยา จ.นครปฐม ซึ่งขายโครงการออกไปแล้ว และในปี 2556 มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 1,275 ล้านบาท และได้ชำระค่าหุ้นแล้ว 398 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2558) เพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.มหาสารคาม โดยลงทุนที่ดินติดมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และซื้ออาคารในโครงการตักสิลาจำนวน 4 อาคาร หรือ 300 ห้อง มาพัฒนาและปรับปรุงเพื่อขายหรือให้เช่า เพราะมหาสารคามเป็นเมืองการศึกษา มีนักศึกษาและบุคลากรการศึกษามากกว่า 1 แสนคน

ต่อมาเดือน ธ.ค. 2556 ผลของการเพิ่มทุนรอบที่สองของบริษัททำให้ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 กลายเป็น วาริณี อ่อนโชติ แต่ไม่มีผลต่อการบริหารงานและธุรกิจของบริษัทแต่อย่างไร บริษัทยังคงลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยมี “ประทีป อนันตโชติ” เป็นรองประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร