posttoday
สิ่งที่น่ากังวล ในระยะสั้น?

สิ่งที่น่ากังวล ในระยะสั้น?

29 พฤษภาคม 2558

สิ่งที่น่ากังวลในระยะสั้นสำหรับการมองตลาดหุ้นไทย ไม่ใช่การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง หรือขึ้นไม่ไหว เมื่อ SET INDEX ขึ้นไปเพดานที่ 1,500-1,520 หรือแม้กระทั่งตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว แต่สิ่งที่น่ากังวลกลับเป็นเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งก่อนหน้านี้ในการเสพข้อมูลต้องยอมรับว่าต้องรับรู้ข้อมูลและไปคิดต่อ ยกตัวอย่างง่ายๆ คำถามที่ทุกคนชอบถามก็คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยปีนี้จะโตเท่าไร?

สิ่งที่น่ากังวลในระยะสั้นสำหรับการมองตลาดหุ้นไทย ไม่ใช่การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง หรือขึ้นไม่ไหว เมื่อ SET INDEX ขึ้นไปเพดานที่ 1,500-1,520 หรือแม้กระทั่งตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว แต่สิ่งที่น่ากังวลกลับเป็นเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งก่อนหน้านี้ในการเสพข้อมูลต้องยอมรับว่าต้องรับรู้ข้อมูลและไปคิดต่อ ยกตัวอย่างง่ายๆ คำถามที่ทุกคนชอบถามก็คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยปีนี้จะโตเท่าไร?

จะพบว่าคำตอบที่เราได้รับหลายครั้งไม่ตรงกัน โดยเฉพาะในตัวเลขการปรับตัวสูงขึ้น บางครั้งบอกว่าปี 2558 บริษัทจดทะเบียนจะโต 30% บางครั้งบอกว่าจะโตเล็กน้อย บางครั้งบอกว่าจะโตมากถ้าไม่รวมการขาดทุนในสต๊อกน้ำมัน เป็นต้น เหตุผลที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นก็คือ การรายงานคนละมุมกัน เช่น การมองบริษัทที่โตมากๆ มองเฉพาะบริษัทที่มีการครอบคลุมในการวิเคราะห์ การนำเสนอการโตมองคนละฐานการเปรียบเทียบ ฯลฯ

แต่สิ่งที่ผมกังวลในระยะสั้นกลับเป็นการคาดการณ์ผลประกอบการปีนี้ ไม่ว่าใครเคยคาดการณ์เท่าไร ก็มีการปรับลดประมาณการลงมาแทบทั้งนั้น เพราะฉะนั้นการมองตลาดหุ้นว่า ราคาถูกหรือแพงในเชิง PE จะทำให้ราคาหุ้นไม่ถูกลงทั้งๆ ที่ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมา (P ลง แต่ E ลงด้วย ทำให้จำนวนเท่าไม่ลดลง) ซึ่งนั่นก็หมายถึงการที่เราเคยคำนวณตัวเลข SET INDEX เท่าไรว่าถูกเมื่อลงมาจริง และผลประกอบการปรับตัวลดลงอาจจะไม่ถูกก็ได้! ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้เราต้องพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจหรือทิศทางของเศรษฐกิจซึ่งส่วนใหญ่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะมีการล้อกัน เศรษฐกิจดี บริษัทกำไรดี เศรษฐกิจไม่ดี บริษัทกำไรลดหรือขาดทุน เพราะฉะนั้นการตั้งเป้าหมายขาลงที่ 1,400 จุด ณ จุดนี้ไม่น่าเกินเลย!

สิ่งที่ต้องติดตามต่อเมื่อความสำคัญเกิดจากเรื่องการปรับตัวลดลงของผลประกอบการก็คือ การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน หรือพูดให้เห็นภาพก็คือ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน เหตุผลก็เพราะหุ้นกลุ่มนี้มีน้ำหนักต่อ SET INDEX อันดับหนึ่ง และผลของรายได้ของหุ้นกลุ่มนี้ มีผลผูกพันเกี่ยวกับเศรษฐกิจในประเทศไม่มากนัก เพราะเป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ ผลการขึ้นลงของราคาน้ำมันมีสูงมากกว่า จึงน่าจะมองได้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานน่าจะเป็นตัวแปรในการประเมินภาพรวมตลาด หรือคาดการณ์ให้ฟันธงที่แคบกว่าเดิม ก็คือ กรณีตลาดหุ้นจะไม่ลง หุ้นกลุ่มพลังงานต้องมีการปรับตัวสูงขึ้น

บทสรุปของบทความวันนี้ ยังมองว่าตลาดระยะสั้นยังเสี่ยง ซึ่งกรณีกลับไปแนวคิดเดิมที่เคยนำเสนอก็คือ ปี 2558 q1 เป็นไตรมาสที่เปราะบางทางเศรษฐกิจ q2 เป็นไตรมาสตั้งหลัก และหวังลุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะฉะนั้นกลยุทธ์ในการลงทุนไตรมาส 2 ต้องเป็นการ “ซื้อเมื่อถูกเท่านั้น” ซึ่งน่าจะหมายถึงตัวเลข SET INDEX ที่ 1,400 จุด เป็นเป้าหมายที่เราคาดหวังว่าจะซื้อ ยกเว้นการปรับตัวสูงขึ้นของกลุ่มพลังงาน ที่อาจจะทำให้แนวคิดนี้เปลี่ยนแปลงได้?


หมายเหตุ - เปิดสัมมนาการลงทุน “เทคนิคพิชิตหุ้น ตอน เคล็ดลับแมงเม่าสำราญ” วันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2558 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 1 สมาคมธรรมศาสตร์ สนใจติดต่อที่ 08-1783-8888 หรือจองได้ที่ http://www.aekinvestment.com/seminar-booking เนื้อหาสัมมนาก็คือ การสอนเคล็ดลับการลงทุนเพื่อให้ชนะตลาด และรวมหุ้นเด็ดเพื่อชนะตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน