posttoday
3 ข้อเตรียมใจก่อนเลือกซื้อรถ

3 ข้อเตรียมใจก่อนเลือกซื้อรถ

29 พฤษภาคม 2558

ช่วงนี้ค่ายรถยนต์ต่างพากันจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ดึงดูดคนทำงานให้หันมาซื้อรถเพื่อกระตุ้นยอดขาย หลังจากที่ตลาดรถยนต์ได้เงียบเหงากันมาพักใหญ่ สำหรับคนทำงานที่กำลังตัดสินใจจะออกรถคันแรกให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะรถใหม่ป้ายแดง หรือมือสองราคาดี ก็อยากให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองสักนิดก่อนตัดสินใจกับ 3 คำถามเหล่านี้

ช่วงนี้ค่ายรถยนต์ต่างพากันจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ดึงดูดคนทำงานให้หันมาซื้อรถเพื่อกระตุ้นยอดขาย หลังจากที่ตลาดรถยนต์ได้เงียบเหงากันมาพักใหญ่ สำหรับคนทำงานที่กำลังตัดสินใจจะออกรถคันแรกให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะรถใหม่ป้ายแดง หรือมือสองราคาดี ก็อยากให้ลองตั้งคำถามกับตัวเองสักนิดก่อนตัดสินใจกับ 3 คำถามเหล่านี้

1.มีงบเท่าไหร่สำหรับการซื้อรถ

เงินนับเป็นสิ่งแรกและสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะเป็นตัวกำหนดประเภทของรถ ยี่ห้อ หรือรุ่น ให้กับเราได้เป็นอย่างดี ด้วยรสนิยมของคนรุ่นใหม่มักเลือกมองรถตลาด ตามกระแส ดีไซน์สวย เพื่อขับแล้วช่วยเสริมความมั่นใจ แต่เมื่อเทียบกับงบประมาณแล้ว อาจจะต้องลดสเปกลงเพื่อให้เพียงพอกับเงินในกระเป๋า ซึ่งไม่ว่าจะเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดง หรือรถมือสอง สิ่งสำคัญคือ มีเงินดาวน์เท่าไหร่ วางแผนผ่อนนานกี่ปี ซึ่งระยะเวลาในการผ่อนจะอยู่ที่ 12-48 เดือน ซึ่งหากมีเงินดาวน์มาก ก็จะเป็นการช่วยลดภาระเรื่องดอกเบี้ยไปได้มาก แต่เดี๋ยวนี้บรรดาธนาคารใจดี ต่างยื่นข้อเสนอมาล่อตาล่อใจ ชวนให้เหล่าคนทำงานเกิดกิเลส แต่ก็อย่าได้ตื่นเต้นดีใจกับข้อเสนอหรือโปรโมชั่นดีๆ รีบตัดสินใจเสียจนลืมดูเงื่อนไขที่ระบุไว้ รวมถึงควรหาข้อมูล เปรียบเทียบราคารถและความคุ้มค่าในรถแต่ละรุ่นอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ

2.ใช้งานแบบไหน

เชื่อว่าใครๆ ต่างก็ชอบรถดีไซน์สวย รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย ซึ่งอาจจะเหมาะกับการใช้งานสำหรับการวิ่งแค่ในเมืองเพียงอย่างเดียว นี่คืออีกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา อย่างการเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงช่วยให้หมดกังวลเรื่องค่าซ่อมบำรุงไปได้ในปีแรกๆ ซึ่งอาจจะเหมาะกับกับสาวๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องการซ่อมบำรุง แต่การซื้อรถมือสองบางทีอาจจะถูกและช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า จึงต้องดูที่สภาพเมื่อเปรียบเทียบกับราคา รวมถึงการใช้งานด้วยว่ามีความจำเป็นต้องใช้รถบ่อยแค่ไหน ขับออกต่างจังหวัดไหม โดยสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดกรอบ ซึ่งหลักๆ ควรเลือกดูที่ขนาดของเครื่องยนต์ สมรรถนะ ความคล่องตัว ความประหยัด สำหรับบางคนอาจมีความจำเป็นในการซื้อรถก็เพื่อใช้ในการทำงาน จึงควรเลือกรถให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เพื่อที่จะได้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

3.รับมือค่าใช้จ่ายไหวมั้ย

การซื้อรถไม่ใช่เพียงแค่ซื้อมาแล้วจบไป นอกจากภาระค่าผ่อนในแต่ละเดือน ซึ่งโดยมากจะอยู่ที่ประมาณ 15-25% ของราคารถแล้ว ยังจะตามมาด้วยรายจ่ายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าที่จอดรถ ค่าดูแลรักษา ซ่อมบำรุง ประกันภัย ภาษีรถยนต์ หรือแม้แต่ค่าแต่งรถ แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อรถสักคัน อย่าลืมนำค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ คำนวณเข้าไปด้วย เพื่อที่จะได้วางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม โดยผู้ที่ต้องการซื้อรถ ควรมีรายได้ที่มากกว่ารายจ่ายประมาณ 2 เท่า เพื่อป้องกันปัญหาทางการเงินที่ตามมา และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเผื่ออนาคตไว้เพื่อความอุ่นใจ เพราะหากขาดการวางแผนที่ดีอาจก่อให้เกิดภาระหนี้สินที่เกินกำลัง ทำให้หลายคนผ่อนต่อไม่ไหว เป็นอันต้องถูกไฟแนนซ์ยึดไปก็มาก เพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจสร้างภาระให้กับตัวเอง อย่าลืมถามตัวเองว่าวันนี้เราพร้อมหรือยัง กับภาระที่กำลังจะตามมาหลังจากนี้ หากยังไม่พร้อม ก็อย่าปล่อยให้รถยนต์กลายเป็นภาระที่ทำให้ความสุขในการใช้ชีวิตของคุณลดลง

 

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน