
มิตรผลเล็งทุ่ม3,500ล.ในลาว
มิตรผลเล็งลงทุนในลาวเพิ่มอีก 3,500 ล้าน หวังเพิ่มกำลังผลิตเท่าตัวแตะ 1 ล้านตัน
มิตรผลเล็งลงทุนในลาวเพิ่มอีก 3,500 ล้าน หวังเพิ่มกำลังผลิตเท่าตัวแตะ 1 ล้านตัน
นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานพัฒนาและจัดการด้านอ้อย กลุ่มมิตรผล เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนลงทุนขยายกำลังการผลิตในลาวเพิ่มเท่าตัวภายใน 5 ปี จากปริมาณอ้อยเข้าหีบ 4 แสนตัน/ปี คิดเป็นปริมาณน้ำตาลทรายดิบ 4 หมื่นตัน/ปี ในปัจจุบัน เพิ่มเป็นอ้อยเข้าหีบ 1 ล้านตัน คิดเป็นปริมาณน้ำตาลทรายดิบ 1 แสนตัน/ปี ภายในปี 2562-2563
ทั้งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 3,500 ล้านบาท จากช่วงเริ่มต้นที่เข้ามาลงทุนในลาวเมื่อ 7 ปีที่แล้วใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ที่สะหวันนะเขต โดยการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวจะเพิ่มในส่วนของโรงงานผลิตน้ำตาล ส่วนพื้นที่ปลูกอ้อยที่ปัจจุบันได้รับสัมปทานในลาว 6.25 หมื่นไร่ อาจไม่เพิ่ม เพราะจะเน้นใช้ผลผลิตอ้อยจากเกษตรกรชาวลาว
สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าว จะเน้นรองรับการส่งออกไปยังตลาดเอเชียที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวมถึงตลาดยุโรป ขณะที่ความต้องการในลาวยอมรับว่าตลาดค่อนข้างเล็ก มีประชากร 6 ล้านคน จึงเป็นตลาดที่ไม่ได้เติบโตหวือหวานัก โดยปัจจุบันสัดส่วนการขายน้ำตาลในลาวอยู่ที่ 10% ส่วนอีก 90% เป็นการส่งออก แต่คาดว่าในอีก 5 ปี สัดส่วนตลาดในประเทศลาวจะเพิ่มเป็น 20%
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมปรับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์น้ำตาลทรายที่ทำตลาดในลาวภายใต้แบรนด์ “มิตรลาว” ใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้นด้วย ซึ่งยอมรับว่าการทำตลาดในลาวค่อนข้างยาก เพราะคนลาว
นิยมซื้อสินค้าแบรนด์ไทยที่มาจากฝั่งไทย
“การผลิตสินค้าในลาวต้องเสียภาษีให้รัฐ 10% แต่การนำเข้าสินค้าจากไทยเสียภาษีเพียง 5% ทำให้ต้นทุนสินค้าที่ผลิตในลาวสูงกว่านำเข้า จึงอยู่ระหว่างหารือกับภาครัฐ เพื่อหาแนวทางที่จะทำให้สินค้าที่ผลิตในลาวแข่งขันได้ใกล้เคียงกับสินค้านำเข้า” นายบรรเทิง กล่าว
ขณะที่ภาพรวมน้ำตาลทรายในลาวมีผู้ผลิตรายใหญ่ 3 ราย คิดเป็นมูลค่าผลผลิตรวม 7 หมื่นตัน/ปี แบ่งเป็น โรงงานของกลุ่มมิตรผล 4.5 หมื่นตัน/ปี กลุ่มฮองอันยาราย จากเวียดนาม ซึ่งเน้นขายน้ำตาลให้กับรัฐ 2.5 หมื่นตัน/ปี และเคเอสแอล 1.3 หมื่นตัน/ปี
นายบรรเทิง กล่าวว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับการไฟฟ้าลาวเกี่ยวกับการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชานอ้อยที่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันการไฟฟ้าลาวรับซื้ออยู่ที่ 3 เมกะวัตต์ เพื่อให้รับซื้อเพิ่มเป็น 6-10 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะได้รับข้อสรุปภายในเร็วๆ นี้







