posttoday
E-Commerce กำลังพิชิตใจขาช็อป

E-Commerce กำลังพิชิตใจขาช็อป

28 พฤษภาคม 2558

โดย...ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารทุน บลจ.กสิกรไทย

โดย...ฝ่ายจัดการกองทุนตราสารทุน บลจ.กสิกรไทย

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เรื่องของข้อตกลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นับว่าเป็นเรื่องฮอตฮิตมากๆ เรื่องหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จึงได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนในกลุ่ม AEC ซึ่งจากการที่ได้ลงพื้นที่จริงพบว่า เรื่อง E-Commerce นับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งกำลังได้รับความสนใจไม่น้อยใน ASEAN

ปัจจุบัน E-Commerce หรือการดำเนินธุรกิจโดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้เข้ามามีบทบาท และเป็นกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนการค้าแบบดั้งเดิมในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการค้าส่งหรือค้าปลีก ซึ่งการปฏิวัติการค้าขายครั้งนี้เริ่มต้นในโลกตะวันตกโดยเฉพาะในสหรัฐ และได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งหากพูดถึงข้อดีของการซื้อขายในรูปแบบนี้สิ่งแรกที่ทุกคนมักจะนึกถึง คือ ราคาสินค้าที่ถูกกว่า ความสะดวก และรวดเร็ว ที่สำคัญยังช็อปปิ้งได้ 24 ชั่วโมง นอกไปจากนี้แล้ว ความหลากหลายของสินค้ายังเป็นตัวดึงดูดที่สำคัญที่ทำให้ E-Commerce มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น

ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังรู้จักและใช้บริการซื้อขายออนไลน์ในรูปแบบ E-Commerce ไม่มากนัก หากเปรียบเทียบกับสหรัฐและจีน ที่มี 8.4% และ 8.5% ของการค้าปลีกทั้งหมด ขณะที่ไทยมีอยู่เพียง 1.2% เท่านั้น ประเทศเพื่อนบ้านเราในอาเซียน อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ก็มีสัดส่วนไม่ต่างกับไทย โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.9%, 0.7%, และ 0.5% ตามลำดับ สำหรับสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนามากที่สุดในภูมิภาคก็มีสัดส่วนของการใช้บริการการค้า Online อยู่ที่ 3.4% ของการค้าปลีก โดยเว็บไซต์ที่รู้จักกันดีและเป็นที่นิยม ได้แก่ eBay หรือ Lazada

ซึ่งจากตัวเลขของสัดส่วนการใช้บริการระบบ E-Commerce แม้ว่าขณะที่มีการขยายตัวค่อนข้างน้อย แต่ในอนาคตทั้งในด้านการเติบโตของจำนวนประชากรและการอุปโภคบริโภค E-Commerce น่าจะเป็นช่องทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก โดยจะเห็นได้ว่ากองทุน Venture Capital, บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก และกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งรัฐ (Sovereign Wealth Funds) ทั่วโลกต่างต้องการเข้ามาลงทุนร่วมไปกับการเติบโตของ E-Commerce ในอาเซียน ทำให้เงินลงทุนไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้อย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

เราขอยกตัวอย่าง E-Commerce ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญ และถือเป็นแนวหน้าของสนามรบแห่งตลาดการซื้อขาย Online ในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย

อินโดนีเซียนับว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมีประชากร 250 ล้านคน และแม้ว่าการเข้าถึง อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนจะยังอยู่เพียง 29% และ 20% ตามลำดับ แต่ด้วยอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้อินโดนีเซียมีศักยภาพสามารถดึงดูดทั้งเม็ดเงินจากการลงทุน และการแข่งขันที่รุนแรงประเทศหนึ่ง

หลังจากการพูดคุยกับหลายบริษัทที่ทำธุรกิจ E-Commerce ในอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มก่อตั้งบริษัทมาได้เพียง 2-3 ปี โดยผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาววัยรุ่นไฟแรงในยุค Generation Y ที่กล้าเสี่ยงและกล้าทดลอง กลยุทธ์ของบริษัทเกิดใหม่เหล่านี้มุ่งมั่นที่จะหาลูกค้าใหม่ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าเดิม มากกว่าการแสวงหาเพียงผลกำไรในระยะเริ่มต้นของตลาดเท่านั้น

ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่จึงอาจขาดทุนได้ในช่วงแรก แต่เมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่การเติบโตเต็มที่ บริษัทเหล่านี้จึงเริ่มเน้นที่จะทำกำไรมากขึ้น

ปัจจุบัน Lazada คือ ธุรกิจ E-Commerce เบอร์หนึ่งในประเทศอินโดนีเซียและเกือบทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมีมูลค่าการซื้อขายกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์/ปี และเติบโตถึง 305% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทสามารถระดมเงินลงทุนได้ถึง 500 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนชื่อดังอย่าง Rocket Internet, JP Morgan, Kinnevik, Verlinvest, Temasek, และ Tesco เป็นต้น

ปัจจุบัน Lazada วางตัวเองเป็นร้าน Online แบบ One-Stop ที่ขายสินค้าหมุนเวียนเร็วและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในบ้าน สินค้าแฟชั่น ตอบโจทย์ทุกความต้องการเพียงคลิกเข้ามาใช้บริการ ขณะที่ Zalora เป็นร้าน Online ที่ใหญ่รองลงมา สินค้าเน้นไปทางด้านแฟชั่น โดยร่วมกับแบรนด์ดังๆ นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอื่นๆ อีก อาทิ Rakuten Indo, OLX, Berrybenka และ Bukalapak ที่ได้รับความนิยมบ้างในอินโดนีเซีย

เมื่อระบบ E-Commerce เริ่มติดตลาดและเป็นที่สนใจมากขึ้น สิ่งที่ติดตามมา คือ การแข่งขัน ดังนั้นเพื่อสร้างความต่างจึงเกิดรูปแบบที่เน้นจับเป็นรายประเภทของสินค้า ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ Luxola ซึ่งเป็น E-Commerce เบอร์หนึ่งทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในอาเซียน อินเดีย และออสเตรเลีย โดย Luxola สร้างกระแสและความแตกต่างด้วยการทำวิดีโอสอนการแต่งหน้าลง YouTube พร้อมทั้งลงทุนสร้างคลังสินค้าของตัวเองเพื่อความรวดเร็วในการส่งสินค้า และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าท่ามกลางกฎหมายเครื่องสำอางที่ยุ่งยากของอินโดนีเซียและไทย การเซ็นสัญญาจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวกับแบรนด์ดังๆ อย่าง SK II บ่งบอกถึงความสามารถของ Luxola ที่เหนือกว่าในเรื่องความสวยความงาม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน