posttoday
ปิติภัทร สารสิน ลูกคือมนุษย์ก๊อบปี้ตัวจิ๋ว

ปิติภัทร สารสิน ลูกคือมนุษย์ก๊อบปี้ตัวจิ๋ว

27 พฤษภาคม 2558

โดย...กองทรัพย์

โดย...กองทรัพย์

เรามีโอกาสได้เจอคุณแม่ บี-ปิติภัทร สารสิน อดีตนักแสดงและพิธีกร ภรรยาคนสวยของ พาที สารสิน ในวันที่เธออุ้มท้องน้องจีดี (GD) ได้ 8 เดือน ก่อนที่เธอจะคลอดน้องอย่างปลอดภัยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีลูกชายคนโต น้องดีดี (DD) และคุณสามีคอยให้กำลังใจและตามมาเฝ้ารอลุ้นที่จะเห็นหน้าน้องอย่างใกล้ชิด

ในครั้งนั้นได้ไต่ถามคุณแม่บีไปว่า พอดีดีรู้ข่าวว่ามีน้องเขารู้สึกอย่างไร แม่บีตอบว่า “ตอนเราท้องจีดีเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เราจะบอกเขาตลอดเวลาว่าน้องอยู่ในท้องแม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอาการหวงคุณแม่ พอเราท้องแก่แล้วเริ่มอุ้มเขาไม่ไหว ก็มีงอแงบ้าง คุณแม่ต้องอดทน พอคลอดน้องจีดีแล้วก็ต้องให้ความใส่ใจความรู้สึกของดีดีมากหน่อย เพราะน้องเล็กคงต้องการแค่ความต้องการพื้นฐาน แต่เรื่องจิตใจจะต้องดูแลคนโตให้มาก”

หลังคลอดน้องจีดี คุณแม่บีบอกว่าคงจะปิดอู่เท่านี้ เพราะว่าวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมีลูก 2 คนและในอายุที่ห่างกันสองปีกำลังดีนี้ แม่บีเชื่อว่าเมื่อลูกๆ โตมาเขาจะไม่เหงาและดูแลกันและกันได้ดี “เป็นแผนว่าอยากจะมีลูกสองคน ไม่อยากให้เมื่อวันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่กับเขาแล้วเขาจะต้องอยู่ตัวคนเดียว เป็นแผนที่เราวางไว้สำหรับทั้งเราที่เป็นพ่อแม่และเขาทั้งสองคน”

คุณแม่บีลงทุนลาออกจากงานเพื่อมาดูแลและให้เวลากับลูกเต็มที่ “เราใช้เวลากับเขาแทบจะทั้งวัน พอเราอยู่กับลูกตลอดเวลาแล้วเราจะรู้สึกโชคดี เพราะเด็กสมัยนี้โตเร็วมาก ทำให้ช่วงเวลาที่เราจะอยู่กับลูกอาจจะน้อยลง เราก็เลยถือว่าเป็นคุณแม่ที่โชคดีที่มีเวลาอยู่กับลูกมากหน่อย”

“สำหรับน้องดีดีลูกชายคนโตตอนนี้อายุ 1 ขวบ 7 เดือน เรียกว่าเป็นเด็กชอบเลียนแบบ เขาเป็นเด็กผู้ชายพฤติกรรมจะเลียนแบบคุณพ่อ และสุนัขที่บ้าน (หัวเราะ) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเลียนแบบน้องหมา แต่สำหรับคุณพ่อซึ่งเขาจะรักของเขามาก เพราะคุณพ่อใจดีและเขามีเวลาเจอกันน้อยกว่าคุณแม่ เวลาเจอกันเขาก็จะทำตามพ่อทุกอย่าง เช่น เวลาพ่อแปรงฟันก็จะไปยืนใกล้ๆ พ่อพับขากางเกงเขาก็จะพับขากางเกงด้วย บางทีเราก็จะได้ยินเป็นโทนเสียงที่คล้ายกับเรามาก ซึ่งตลกดี เป็นมนุษย์ก๊อบปี้ตัวเล็กๆ ที่สามารถก๊อบปี้เราได้เหมือนหมดเลย เพียงแต่เขาย่อส่วนและทำได้น่ารักมาก”

คุณแม่บีมองว่าพฤติกรรมเลียนแบบเกิดจากการได้ซึมซับจากครูคนแรกนั่นคือพ่อแม่ แต่ขณะเดียวกันลูกก็เป็นคุณครูและแรงบันดาลใจให้พ่อแม่เช่นกัน “พอเราเป็นพ่อแม่ก็จะรู้เลยว่าเราเป็นครูคนแรกของลูกจริงๆ เขาจะจำในสิ่งที่เราทำ แต่เขาก็เป็นครูให้เราเหมือนกัน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำตัวไม่น่ารัก มันก็จะสะท้อนออกมาทางพฤติกรรมลูก พฤติกรรมบางอย่างของเราซึ่งแก้ไม่ได้มาเป็น 10 ปี พอมามีลูกก็ต้องปรับให้ได้เพื่อเป็นตัวอย่างให้เขา มันเป็นประสบการณ์ที่ได้รับสิ่งดีๆ ทั้งสองฝ่าย เพราะเราต่างก็ใหม่กันทั้งคู่”

เมื่อมีเวลาอยู่กับลูกมากกว่าคุณพ่อ คุณแม่จึงได้เห็นว่า ดีดีเป็นเด็กผู้ชายที่เมินของเล่นประเภทรถยนต์ หุ่นยนต์ หรือแม้แต่โมเดลเครื่องบินของคุณพ่อ แต่ดีดีเป็นเด็กที่ชื่นชอบตัวเลข รักเสียงดนตรี และชอบที่จะฟังเวลาคุณแม่อ่านหนังสือให้ฟัง

“น้องดีดีถูกเลี้ยงแบบกลางๆ เขาจะเป็นเด็กที่ได้เจอประสบการณ์แทบไม่แตกต่างจากเด็กทั่วไปหรือไม่เลี้ยงแบบตามใจ แต่จะเป็นเด็กไม่ชอบของเล่น เขาชอบตัวหนังสือ ชอบร้องเพลง พ่อแม่ก็ไม่เฟลเวลาซื้อของให้เขาแล้วเขาไม่ชอบ เราอย่าไปคาดหวังว่าเขาจะชอบในสิ่งที่เราหยิบยื่นให้ สิ่งที่เขาชอบอาจจะต่อเนื่องมาจากเราอ่านหนังสือให้เขาฟังตั้งแต่เขาเป็นเบบี๋ บีรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้สะสมมาให้ลูกของเราเป็นเด็กที่มีจินตนาการและมีความสุข เราก็เลยแฮปปี้มาก”

คุณแม่บีในขณะที่ตั้งครรภ์น้องจีดีบอกว่า “ตอนบีท้องน้องดีดีพยายามบอกตัวเองเสมอว่าเราเป็นคุณแม่ท้องที่มีความสุข ดังนั้นตอนท้องจีดีเราก็เลยไม่รู้สึกกลัว สำหรับคุณแม่ที่มีลูกอ่อนและยังตั้งครรภ์อีก บีอยากบอกว่าอย่าคิดมาก อย่าคิดว่าตัวเองอ่อนแอ อย่าคิดว่าเราเป็นมนุษย์แม่ที่ต้องได้รับการดูแลตลอดเวลา ถ้าคิดแบบนั้นเราจะไม่มีความสุข เราจะต้องดูแลตัวเองให้สดใส จิตใจดี การเป็นคนท้องไม่ใช่คนป่วย เราสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง เราสามารถเผชิญได้หมด เราต้องเป็นคนท้องที่สุขภาพดีและมีความสุข ลูกเราก็จะเป็นเด็กที่สุขภาพจิตดี”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน