posttoday
พี่เลี้ยงไอที

พี่เลี้ยงไอที

27 พฤษภาคม 2558

แม้ไต้หวันจะเป็นประเทศที่ผลิตอุปกรณ์ไอทีต่างๆ อย่าง คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน      แท็บเล็ตภายใต้ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ที่เป็นที่นิยมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น Acer และ ASUS จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งไอทีเช่นเดียวกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันไต้หวันยังได้คำนึงถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อย จะเห็นได้จากการออกกฎหมายปกป้องสวัสดิการเด็กและเยาวชน

แม้ไต้หวันจะเป็นประเทศที่ผลิตอุปกรณ์ไอทีต่างๆ อย่าง คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน      แท็บเล็ตภายใต้ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ที่เป็นที่นิยมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น Acer และ ASUS จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งไอทีเช่นเดียวกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันไต้หวันยังได้คำนึงถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุน้อย จะเห็นได้จากการออกกฎหมายปกป้องสวัสดิการเด็กและเยาวชน

กฎหมายนี้มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องสวัสดิภาพของเด็กๆ จากการใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่มากเกินไปจนอาจเป็นผลเสียต่อสุขภาพและการพัฒนาการ เนื้อหาสำคัญของกฎหมาย คือ การห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ใช้แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ อย่างเด็ดขาด และเด็กที่อายุมากกว่า 2 ขวบ แต่ไม่เกิน 18 ปี ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เกินความจำเป็น ผู้ปกครองคนใดที่ปล่อยให้เด็กฝ่าฝืนกฎหมายจะต้องถูกปรับเป็นเงิน 5 หมื่นดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 5 หมื่นบาท

ในประเทศไทยมีการออกกฎกระทรวงที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 เพื่อควบคุมการเปิดและปิดร้านอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ (1) เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ในวันหยุดราชการหรือในระหว่างปิดภาคการศึกษา (2) เด็กอายุตั้งแต่  15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปี เข้าใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 14.00–22.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น. ในวันหยุดราชการหรือในระหว่างปิดภาคการศึกษา

สำหรับบทลงโทษไม่ได้ลงโทษต่อผู้ปกครองอย่างไต้หวัน แต่จะลงโทษต่อผู้ประกอบการร้านค้าอินเทอร์เน็ตที่ฝ่าฝืน คือมีโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และหากมีการฝ่าฝืนประกอบการช่วงที่ถูกพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1–5 แสนบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน

ผู้ปกครองหลายคนอาจไม่มีเวลาให้กับบุตรหลาน หลายคนจึงใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เป็นตัวช่วย จากงานวิจัยหลายประเทศพบว่าพฤติกรรมการเลี้ยงดู โดยให้เด็กอยู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นานๆ จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก และการพัฒนาการ รวมถึงการเรียนรู้ที่จะเข้ากับสังคม โดยเฉพาะเด็กที่ใช้เวลากับการเล่นจนถึงขั้นเสพ

สถาบันกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน ได้ให้คำแนะนำที่นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากที่บรรดาผู้ปกครองควรให้ความคำนึงถึง คือเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ ควรหลีกเลี่ยงความบันเทิงผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เนื่องจากในช่วง 2 ปีแรกของชีวิต สมองของเด็กมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการนี้ให้สมบูรณ์ คือ การเรียนรู้ที่จะเข้าสังคม สำหรับเด็กที่อายุเกิน 2 ขวบ  ควรจำกัดเวลาหน้าจอให้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน

แม้ขณะนี้ไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมผู้ปกครองที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลี้ยงดูบุตรหลานเช่นเดียวกับไต้หวัน คงมีแต่เพียงกฎหมายควบคุมการเปิด-ปิดร้านอินเทอร์เน็ต พ่อ-แม่ ผู้ปกครองหลายครอบครัวที่เลี้ยงบุตรหลานโดยให้การปล่อยไว้กับพี่เลี้ยงไอที เควรคำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับบุตรหลาน

นอกจากนี้ ปัญหาการห้ามเด็กไม่ให้เล่นเกมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย เด็กหลายคนไม่ให้ความสนใจต่อการเรียน คงเป็นการดีไม่น้อยหากผู้ผลิตเกมออนไลน์ต่างๆ กำหนดโปรแกรมที่สามารถบังคับการใช้เวลาในการเล่นเกม เพื่อแก้ปัญหาเยาวชนติดอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเปิด-ปิดร้านอินเทอร์เน็ตควรปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะอาจกลายเป็นสถานที่มั่วสุม

ขณะที่บรรดาผู้ปกครองก็ควรช่วยกันสอดส่องดูแลห้ามปรามบุตรหลานที่ใช้เวลาไปกับการเล่นเกม ควรหากิจกรรมอื่นที่สมาชิกในครอบครัวได้มีส่วนร่วม

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค