
สิทธิผู้ป่วยกรณี เจ็บป่วยฉุกเฉิน
ปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่แม้ว่าในปัจจุบันจะมีมาตรการ และข้อกฎหมายต่างๆ รองรับและช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะได้รับการรักษาดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด แต่ในความเป็นจริงก็ยังคงพบปัญหาอยู่บ้าง เช่น ถูกเรียกเก็บเงินแพงจากโรงพยาบาลเอกชน, รพ.ตามสิทธิ ไม่มีเตียงรองรับ หลังผู้ป่วยพ้นวิกฤต จึงต้องอยู่รักษาตัวที่ รพ.เดิมต่อ, ถูกเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลและต้องชำระให้ครบก่อนจึงจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อยัง รพ.ตามสิทธิ หรือ รพ.อื่นต่อได้ ฯลฯ
ปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินที่แม้ว่าในปัจจุบันจะมีมาตรการ และข้อกฎหมายต่างๆ รองรับและช่วยสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะได้รับการรักษาดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด แต่ในความเป็นจริงก็ยังคงพบปัญหาอยู่บ้าง เช่น ถูกเรียกเก็บเงินแพงจากโรงพยาบาลเอกชน, รพ.ตามสิทธิ ไม่มีเตียงรองรับ หลังผู้ป่วยพ้นวิกฤต จึงต้องอยู่รักษาตัวที่ รพ.เดิมต่อ, ถูกเรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลและต้องชำระให้ครบก่อนจึงจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อยัง รพ.ตามสิทธิ หรือ รพ.อื่นต่อได้ ฯลฯ
สำหรับคำว่าเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถนิยามโดยสรุปได้ว่า ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ หรือมีอาการบ่งชี้ว่าจะเป็นอาการที่คุกคามต่อการทำงานของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ หัวใจหยุดเต้น หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ภาวะช็อกจากการเสียเลือดหรือขาดน้ำอย่างรุนแรง ชักตลอดเวลา หรือชักจนตัวเขียว มีไข้สูงกว่า 40 องศา ถูกสารพิษ สัตว์มีพิษกัด หรือได้รับยามากเกินขนาด ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
สิทธิที่ควรรู้ไว้ในกรณีที่เจ็บป่วยแล้วต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน
1.เมื่อพบผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ประสบอุบัติเหตุให้ตั้งสติ และโทรแจ้งสายด่วน 1669 สายด่วนแจ้งรถบริการรับผู้ป่วยกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน
2.สามารถส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
3.หลังเข้ารับการรักษา ต้องรีบแจ้งให้โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ ภายใน 72 ชั่วโมง เพื่อรับตัวไปรักษาที่ รพ.ตามสิทธิต่อ เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าพ้นวิกฤตสามารถส่งต่อผู้ป่วยได้
4.กรณีที่พบสถานพยาบาลกักตัวผู้ป่วยไม่ว่าจะกรณีใดๆ ถือว่าสถานพยาบาลมีความผิดทางอาญา
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค ติดตามได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” www.ฉลาดซื้อ.com, www.facebook.com/chaladsue และโทร. 02-248-3737







