
ปล่อยสินเชื่อเม.ย.ผงกหัว
ยอดสินเชื่อเดือน เม.ย. ของแบงก์พาณิชย์ไทยโต 4.17% คาดดันภาพรวมไตรมาส 2 ฟื้นตัว
ยอดสินเชื่อเดือน เม.ย. ของแบงก์พาณิชย์ไทยโต 4.17% คาดดันภาพรวมไตรมาส 2 ฟื้นตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานล่าสุดว่า เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 4.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ไปอยู่ที่ 10.18 ล้านล้านบาท แต่หากเทียบกับเดือนก่อนหน้าขยายตัวขึ้นได้เล็กน้อยราว 0.56% โดยเป็นผลจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว และจากแรงส่งของสินเชื่อในลักษณะเดือนต่อเดือนที่ยังรักษาระดับกว่า 5 หมื่นล้านบาท ได้เป็นเดือนที่ 3 นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จากสินเชื่อธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อเพื่อเช่าซื้อยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สำหรับสัดส่วนเงินให้สินเชื่อสุทธิรวม ณ เดือน เม.ย. ธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ และกรุงเทพ มีสัดส่วนมากที่สุดตามลำดับ แต่หากเทียบการปล่อยสินเชื่อจากเดือน มี.ค. พบว่า ธนาคารกสิกรไทยปล่อยสินเชื่อมากที่สุด 2.1 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วยกรุงศรีอยุธยา 1.49 หมื่นล้านบาท และกรุงไทย 1.4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ธนาคารกรุงเทพติดลบ 5,847 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 5 แห่ง มีเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 0.74% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนธนาคารขนาดกลาง
2 แห่ง คือ ทหารไทย และซีไอเอ็มบี ไทย เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.25%
ขณะที่ธนาคารขนาดเล็ก 7 แห่ง ลดลง 0.39%
อย่างไรก็ตาม แม้ยอดการปล่อยสินเชื่อจะขยายตัวได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แต่สัดส่วนของเงินฝาก ณ สิ้นเดือน เม.ย. ก็ยังคงสูงกว่าเงินกู้ โดยเติบโตในอัตราเร่งขึ้นมาที่ 8.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือขยายตัวขึ้น 0.68% จากเดือนก่อน แม้ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติลดดอกเบี้ยรอบแรกไปเมื่อกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม
ทั้งนี้ เงินฝากที่เพิ่มขึ้นกว่าเงินให้สินเชื่อส่งผลให้ระดับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยมีแนวโน้มตึงตัวขึ้นเล็กน้อย เมื่อวัดผ่านอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝาก รวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม ซึ่งขยับมาที่ 85.19% จาก 85.11% ในเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องต่อสินทรัพย์รวมของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอ่อนตัวลงมาที่ 21.37% จาก 21.63% ในสิ้นเดือนก่อน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า แนวโน้มในไตรมาส 2 ด้วยแรงส่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่น่าจะทยอยฟื้นตัวขึ้นกว่าไตรมาสแรก บวกกับปัจจัยการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์ทำให้สินเชื่อน่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้นกว่าในไตรมาสแรก ขณะเดียวกันยังต้องติดตามสัญญาณหนี้เสีย โดยเฉพาะจากสินเชื่อรายย่อยที่อาจมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอีกระยะ จากปัญหาด้านรายได้และการก่อหนี้ผูกพันในช่วงก่อนหน้านี้
ขณะที่แนวโน้มเงินฝากในไตรมาส 2 นั้น การลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำของหลายธนาคารในช่วงที่ผ่านมา หลังการลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งของ กนง.อาจทำให้ผู้ฝากเงินต้องการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากผลิตภัณฑ์การออมอื่นๆ ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ยังมีแคมเปญเงินฝากพิเศษออกมาเป็นระยะ อาจทำให้ภาพรวมสภาพคล่องของธนาคารตึงตัวขึ้นบ้าง







