
รถกระบะครึ่งปีหลัง แข่งราคา-โฉมใหม่
ถือได้ว่าตลาดรถกระบะในประเทศไทยที่เหล่าผู้เล่นหลักในตลาดได้ปล่อยของเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างครบถ้วนในปีนี้
ถือได้ว่าตลาดรถกระบะในประเทศไทยที่เหล่าผู้เล่นหลักในตลาดได้ปล่อยของเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาอย่างครบถ้วนในปีนี้ โดยแต่ละรายมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งการทำตลาดและมุมมองบริหาร ซึ่งในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มแข่งขันรุนแรงมาก
เริ่มจากค่ายที่เปิดเกมรุกหนัก อุณา ตัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทปรับโครงสร้างองค์กรในประเทศไทยไปในทางที่ถนัดมากยิ่งขึ้น บริษัทได้เน้นทำตลาดรถกระบะมากยิ่งขึ้น โดยปีนี้จะเปิดตัวเสริมทัพเพิ่ม 3 รุ่นใหม่
นอกจากนั้น ยังได้เน้นทำราคาให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น โดยปรับราคาลดลง 1-4 หมื่นบาท ซึ่งการปรับราคาลงได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่ต้องการเพิ่มการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มรุ่นย่อยจากเดิม 7-8 รุ่นย่อย เป็นกว่า 20 รุ่นย่อย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดรถกระบะในประเทศไทยยังมีความต้องการจากผู้บริโภคอยู่ ทิศทางตลาดรถกระบะหลังจากนี้จะเป็นไปสู่ “ความพรีเมียม” มากยิ่งขึ้น ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณดังกล่าวมาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นแนวทางพัฒนารถกระบะหลังจากนี้ จะเป็นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้น
สำหรับบทบาทของประเทศไทยในมุมมองของบริษัทแม่ กำหนดทิศทางมาอย่างชัดเจนให้ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งปี 2557 มีกำลังการผลิตรถกระบะ รวมกับรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) รวมที่ 3.5 หมื่นคัน ขณะที่ยอดขายรวมปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.57 หมื่นคัน มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 2.8-3% ซึ่งในปีนี้บริษัทพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ในระดับดังกล่าว
เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถกระบะ “ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่” ไว้ที่ 1.4 หมื่นคัน/เดือน ท้าทายตลาดที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้น
ขณะที่หากตลาดรวมรถยนต์ในประเทศไทยกลับไปสู่ระดับ 1 ล้านคัน/ปีได้ บริษัทคาดว่าส่วนแบ่งทางการตลาดของรถกระบะจะเป็น 20% ทุกปี โดยมองว่าตลาดรถกระบะในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่ ความต้องการรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ยังมีความต้องการสูงอยู่ ดังนั้น “ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่” ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท ซึ่งได้ปรับผลิตภัณฑ์ครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยไทยถือเป็นศูนย์กลางผลิตรถกระบะที่ใหญ่ที่สุดของโตโยต้า มีสัดส่วน 70-80% จากยอดผลิตในโรงงานผลิต 6 ประเทศทั่วโลก
การแข่งขันของตลาดหลังจากนี้จะเข้มข้นรุนแรงจากการกระตุ้น กำลังซื้อ ก่อนปรับฐานโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่ราคารถยนต์ทุกประเทศอาจปรับขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะที่จะปรับภาษีขึ้นจาก 3% เป็น 5% ซึ่งส่งผลต่อราคาขายแน่
ยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ และฟอร์ด เอเวอเรส ใหม่ คาดว่าจะสามารถเปิดตัวและส่งมอบได้ช่วงไตรมาส 2-3 โดยมองว่ารถกระบะและรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) เป็นตลาดที่สำคัญ เนื่องจากมีสัดส่วน 43-44% ของตลาดรวม ซึ่งไทยยังถือเป็นฐานผลิตรถทั้งสองกลุ่มของบริษัท รวมถึงได้เปรียบประเทศอื่นด้วยซัพพลายเชนและทักษะแรงงานที่แข็งแกร่ง
ทั้งนี้ กลยุทธ์ปีนี้จะเน้นรถกระบะและพีพีวี เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่สัดส่วนกว่า 50% ของตลาดรวมทั้งอาเซียนอยู่ที่ 3.19 ล้านคัน ในปี 2557 มองว่าปีนี้ภาพรวมตลาดรถยนต์อาเซียนจะทรงตัวเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดที่มีศักยภาพด้านการผลิตและจำหน่าย 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ชะลอตัว ขณะที่ 3 ประเทศตลาดเกิดใหม่อย่าง พม่า เวียดนาม และฟิลิปปินส์ มีทิศทางเติบโตดี
ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ กล่าวว่า บริษัทจะเน้นส่งออกมากขึ้น 10-15% เพื่อทดแทนตลาดในประเทศที่ชะลอตัว ซึ่งในปีนี้จะส่งออกอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยทำตลาดควบคู่กับ อีซูซุ ดีแมคซ์ ในประเทศแถบทวีปตะวันออกกลาง ยุโรป ออสเตรเลีย และภูมิภาคอาเซียน
ตลาดรถกระบะในประเทศปี 2558 คาดแข่งขันรุนแรง จากการเปิดตัวรุ่นใหม่ของหลายบริษัท ซึ่งมีสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปี 2557 และเศรษฐกิจที่ตกต่ำ สัดส่วนรถกระบะในตลาดจะเพิ่มขึ้นกว่ารถยนต์นั่ง คาดในปีนี้สัดส่วนรถกระบะกับรถยนต์นั่งจะอยู่ที่ 45% ต่อ 55% จากเดิม 43% ต่อ 57%
โมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทเน้นทำตลาดในกลุ่มรถกระบะมากขึ้น โดยตั้งเป้าขายรวมปีนี้ 7 หมื่นคัน หรือมีส่วนแบ่ง 8% จากปีก่อน 7.4% โดยปี 2557 บริษัทมีรายได้จากรถกระบะ 50% รถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) 12% รถยนต์นั่ง 38% และจะเปลี่ยนเป็น 55% 15% และ 30% ขณะที่ไทยถือเป็นฐานผลิตสำคัญของมิตซูบิชิระดับโลก ซึ่งส่งออก “มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่” ไปทั่วโลก
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่ารถกระบะปีนี้คงแข่งดุขึ้น และไทยยังเป็นฐานผลิตสำคัญของหลายยี่ห้อต่อไป







