
'ประจิน' มอบญี่ปุ่นลุยรถไฟ2สาย
ครม.ไฟเขียว “ประจิน” ลงนาม MOC ครอบคลุมสาระสำคัญ 10 ข้อ ร่วมญี่ปุ่นพัฒนารถไฟ 2 สาย สร้างไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปรับปรุงเส้นทางกาญจนบุรี-แหลมฉบัง คาดได้กรอบเวลาลงทุนชัดภายใน 1 เดือน
ครม.ไฟเขียว “ประจิน” ลงนาม MOC ครอบคลุมสาระสำคัญ 10 ข้อ ร่วมญี่ปุ่นพัฒนารถไฟ 2 สาย สร้างไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปรับปรุงเส้นทางกาญจนบุรี-แหลมฉบัง คาดได้กรอบเวลาลงทุนชัดภายใน 1 เดือน
พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พ.ค. 2558 ได้ เห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือ(MOC) ด้านระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น โดยอนุมัติให้ทาง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นผู้แทนฝ่ายไทยในการลงทุน
“การลงนามในครั้งนี้เป็นการลงนามในเบื้องต้นกรอบเวลาการลงทุนจะชัดเจนภายใน 1 เดือนหลังจากการลงนาม ในส่วนประมาณการลงทุนและแหล่งเงินจะมีการหารือในภายหลัง” พล.ต.วีรชน กล่าว
สำหรับสาระสำคัญของร่าง MOC ระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นมี 10 ข้อ โดยข้อที่มีความสำคัญ คือ 1. ความร่วมมือในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระยะทาง 715 กม.ทั้งสองฝ่ายยืนยันความร่วมมือโดยใช้เทคโนโลยีและประสบการณ์รถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และจะร่วมกันพิจารณารูปแบบการลงทุนและความช่วยเหลือด้านการเงินที่เหมาะสม เพื่อให้ความร่วมมือระยะแรกของการลงทุนบรรลุผล รวมทั้งจะร่วมกันดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบรายละเอียดและการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ฝ่ายญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการในรูปแบบของการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
2.การพัฒนาระบบรางเส้นทางแนวเศรษฐกิจด้านใต้ เส้นทางกาญจนบุรี -กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ-แหลมฉบัง โดยทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ และให้ความสำคัญในการเร่งดำเนินการเพิ่มขีดความสามารถและการปรับปรุงการให้บริการทางรางในเรื่องต่าง ๆ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า การปรับปรุงรางและโครงสร้างราง การยกระดับขบวนรถไฟและระบบอาณัติสัญญาณ
ทั้งนี้ กระทรวงที่ดินฯ ร่วมกับ Japan International Cooperation Agency (JICA) จะเริ่มทำการศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบรายละเอียดโดยเร็ว เพื่อหารูปแบบความร่วมมือที่เหมาะสมที่สุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยทั้งสองฝ่ายยินดีให้การสนับสนุนโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่สามารถดำเนินการได้ในระยะสั้น การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการพัฒนาบุคลากร การสนับสนุนการพัฒนาด้านนิติบุคคลเฉพาะกิจสำหรับความร่วมมือระบบราง ไทย - ญี่ปุ่น และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเมื่อได้รับทราบวงเงินโครงการแล้ว นอกจากนี้กระทรวงที่ดินฯ จะพิจารณาทบทวนและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแผนโครงข่ายเส้นทางรถไฟในภาคตะวันออกที่มีความเหมาะสมด้วย
3.ฝ่ายญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือฝ่ายไทยในการศึกษาความเป็นไปได้ และการศึกษารูปแบบการลงทุนในอนาคต ของเส้นทางแม่สอด - มุกดาหาร (East-West Corridor)
4.ศึกษาความเป็นไปได้ในการให้บริการขนส่งสินค้าทางราง ให้แล้วเสร็จภายในปี 2558 และจะเริ่มดำเนินการโครงการนำร่องในต้นปี 2559 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการขนส่งสินค้าทางรางของไทย
5.ความคืบหนน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงซึ่งจะได้นำเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมาใช้ โดยจะมีความร่วมมือกันใกล้ชิดในการส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีของญี่ปุ่นมาใช้ในโครงการขนส่งมวลชนทางรางอื่นๆในกรุงเทพและปริมณฑล
6. ไทยรับทราบข้อเสนอของญี่ปุ่นที่พร้อมให้การสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ - ระยอง ซึ่งขณะนี้ทางการไทยกำลังจัดทำแผน 7. ญี่ปุ่นจะ พิจารณาให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ เช่น การฝึกอบรม และการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญในสาขา โยธา วิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า การสื่อสารโทรคมนาคม ระบบอาณัติสัญญาณ และการควบคุมการดำเนินงาน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบรางที่เหมาะสมเพื่อยกระดับโครงข่ายรางในประเทศไทย
8. การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารร่วมระดับรัฐมนตรีขึ้น เพื่อควบคุมการดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือฉบับนี้โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะเป็นประธานร่วม 9. กรอบระยะเวลาการดำเนินการ ทั้งสองฝ่ายจะหารือร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปเรื่องกรอบระยะเวลาการดำเนินการความร่วมมือข้างต้นภายในหนึ่งเดือนหลังการลงนามร่างบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ และ 10. การดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือฉบับนี้จะเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทั้งสองประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่าง MOC ไม่ได้กำหนดระยะทางรถไฟที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันพัฒนา แต่ตามการประเมินของกระทรวงคมนาคมคาดว่า การลงทุนในเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่จะอยู่ที่ 715 กม. ส่วนเส้นทาง กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง อยู่ที่ 574 กม. ขณะที่เส้นทางในอนาคตแม่สอด-มุกดาหาร จะอยู่ที่ 718 กม.







