
สศช. ชี้หนี้ครัวเรือนชะลอตัว-ว่างงานเพิ่ม
สศช. รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2558 ชี้หนี้ครัวเรือนชะลอตัว แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าว
สศช. รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2558 ชี้หนี้ครัวเรือนชะลอตัว แรงงานภาคเกษตรตกงานอื้อ เหตุภัยแล้ง-เลิกจำนำข้าว
นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือน ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 10.43 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เป็นการขยายตัวที่ชะลอลงเมื่อเทียบที่ขยายตัว 16.9% 18.0% และ 11.4% ในปี 2554-56 สอดคล้องกับยอดสินเชื่อเพื่อการบริโภคในไตรมาสที่ 1/58 ที่ขยายตัว 7.6% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับ 10.7% ของช่วงเดียวกันและ 7.4% ของตลอดปี 2557
ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 79.3% เป็นตัวเลขที่คำนวณเปรียบเทียบกับจีดีพีฐานใหม่หรือจีดีพีแบบลูกโซ่ โดยอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 75.9% และ 71.1% ในปี 2556 และ 2555 ตามลำดับ แต่หากเทียบบนฐานเดิมสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีล่าสุดจะอยู่ที่ 85.9%
นางชุตินาฎ ขณะที่หนี้สินที่ก่อให้เกิดทรัพย์สินหรือกึ่งทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน ที่อยู่อาศัย รวมถึงรถยนต์และจักรยานยนต์ ก็เติบโตลดลงเหลือ 5.9% เทียบกับ 8.5% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งเนื่องจากการก่อหนี้เพื่อซื้อรถยนต์ได้ลดลงตามการสิ้นสุดมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก และหนี้เพื่อการบริโภคอื่นๆ ที่เติบโตในอัตรา 12.4% ชะลอลงจาก 17.6% ในช่วงเดียวกันของปี 2557
แต่ในส่วนของหนี้เสียนั้นยังพบว่าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใน ไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 92,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% หรือคิดเป็น 2.6% ของสินเชื่อรวม ขณะสินเชื่อที่ค้างการชำระเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 27.4% มาอยู่ที่ 15,469 ล้านบาท ยอดค้างบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 22% มาอยู่ที่ 8,933 ล้านบาท แต่การปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าวยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สามารถดูแลได้
“รัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งรวมถึงการตั้งนาโนไฟแนนซ์ ที่จะเป็นช่องทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ระยะต่อไปจะส่งให้หนี้ที่เคยอยู่นอกระบบจะเข้ามาอยู่ในระบบให้บัญชีหนี้สินปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป โดยคาดว่าราว 2 ไตรมาสก็จะเริ่มเห็นตัวเลขแล้ว แต่ขณะเดียวกันแนวทางนี้จะทำให้การบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนของภาครัฐสามารถทำได้อย่างมีระบบมากขึ้น” นางชุตินาฎ กล่าว
รองเลขาธิการ สศช. กล่าวว่า ด้านสถานการณ์แรงงาน การจ้างงานในไตรมาสที่1/2558 ปรับตัวลดลง 0.5% โดยมีผู้มีงานทำอยู่ที่ 37.61 ล้านคน ขณะที่การว่างงานอยู่ที่ 0.94% เพิ่มขึ้นจาก 0.89% ในช่วงเดียวกันของปี 2557 โดยการจ้างการที่ลดลงดังกล่าวเป็นผลจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้อทำให้หลายพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้ง ประกอบกับเป็นฤดูหลังเพาะปลูกและการปรับตัวของการเพาะปลูกข้าวที่ลดลงหลังสิ้นสุดมาตรการจำนำข้าว ทำให้ผู้มีงานทำในภาคเกษตรลดลง 4.4% และแรงงานรอฤดูกาลเพิ่มขึ้น 1.8%
อย่างไรก็ตาม แม้จะพบว่าเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวขึ้นโดยไตรมาสที่1/58 ขยายตัว 3% แต่ปรากฎว่าจำนวนชั่วโมงยังคงลดลง เฉลี่ยอยู่ที่ 41.7 ชั่วโมงต่อคนต่อสัปดาห์ ต่ำสุดในรอบ 9 ไตรมาส สอดคล้องกับการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงเหลือ 62% ซึ่งต่ำกว่าระดับเฉลี่ยประมาณ 65% ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานพึ่งรายได้จากการทำงานล่วงเวลาเพื่อการดำรงชีพและมีคุณภาพรวมถึงการชำระหนี้สิน
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีจำนวนแรงงานที่ทำงานต่ำระดับคือทำงานต่ำกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งในภาคการผลิตและบริการเพิ่มขึ้น 24.6% และ 4.6% ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่า โอกาสในการทำงานนั้นปรับตัวลดลงเห็นจากสัดส่วนผู้สมัครงานต่อตำแหน่งว่างคิดเป็น 1.14 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.09 เท่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการที่ผู้ประกอบการยังคงชะลอการขยายตำแหน่งงานนี้เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์และการลดคำสั่งซื้อ
“แม้ปรากฏว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแต่การจ้างงานจะยังไม่เพิ่มทันทีการเพิ่มขึ้นจะไม่ใช่หนึ่งต่อหนึ่ง จะมี time lag(ช่วงเวลาระหว่าง 2 เหตุการณ์) อยู่ ซึ่งประมาณ 1 ไตรมาสก็น่าจะเริ่มเห็น แต่ใน 2 ไตรมาสจะเห็นชัดเจนว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้น” นางชุตินาฎ กล่าว







