
บิ๊กอสังหาฯเวียดนาม
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนามจะอยู่ในภาวะซบเซามาตั้งแต่ปี 2554 จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ แต่ยังมีนักธุรกิจเวียดนามที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้ ซึ่งนิตยสารฟอร์บส์จัดให้เป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 1,118 ของโลกในปี 2558 และถือเป็นมหาเศรษฐีคนแรกของประเทศในการจัดอันดับนี้ ด้วยสินทรัพย์มูลค่า 1,510 ล้านเหรียญสหรัฐ
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของเวียดนามจะอยู่ในภาวะซบเซามาตั้งแต่ปี 2554 จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ แต่ยังมีนักธุรกิจเวียดนามที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้ ซึ่งนิตยสารฟอร์บส์จัดให้เป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดอันดับที่ 1,118 ของโลกในปี 2558 และถือเป็นมหาเศรษฐีคนแรกของประเทศในการจัดอันดับนี้ ด้วยสินทรัพย์มูลค่า 1,510 ล้านเหรียญสหรัฐ
ฟามญัตเวือง วัย 47 ปี ประธาน วินกรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของเวียดนาม ได้ก่อร่างสร้างธุรกิจด้วยสองมือของตัวเอง ผุดโครงการพัฒนาใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
โครงการที่โดดเด่นที่สุด คือ “วินโฮม เซ็นทรัล พาร์ก” ตึกสูงระฟ้าที่มีความสูง 81 ชั้น ที่ใช้เงินลงทุน 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าตึกสูงแห่งนี้จะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศเวียดนาม ภายในโครงการยังมีอพาร์ตเมนต์อีกหลายแห่ง พร้อมสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่มีต้นแบบคือสวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ก ในนิวยอร์ก ของสหรัฐ
เขายังกำลังสร้างโครงการสวนสนุกบนเกาะฟู้โกว๊ก เกาะใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลจะปลุกปั้นให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศอีกด้วย
นอกจากนี้ วินกรุ๊ปยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจค้าปลีกออกไปอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากห้างสรรพสินค้าวินคอม ที่มีแผนจะเปิดใหม่ 25 แห่ง ภายในปี 2558 และภายใน 3 ปีข้างหน้า เขาจะเปิดซูเปอร์มาร์เก็ต
วินมาร์ทอีก 100 แห่ง และร้านสะดวกซื้อ 1,000 สาขา
เวืองเป็นชาวเวียดนามที่บ่มเพาะประสบการณ์ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เขาเป็นคนกล้าตัดสินใจ และกล้าลงทุนในสิ่งที่นักธุรกิจคนอื่นอาจตัดสินใจถอยมากกว่าเดินหน้าต่อ
เขาจบการศึกษาจากกรุงมอสโกของรัสเซีย ก่อนจะย้ายไปยูเครนและทำธุรกิจผลิตบะหมี่สำเร็จรูป แต่ในที่สุดเวืองได้ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่เวียดนามเมื่อปี 2544 และเข้าสู่วงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
เวืองเดินหน้าทำธุรกิจอย่างจริงจังในเวียดนาม ช่วงที่เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตในปี 2550 สวนทางกับตลาดโลกที่หลายประเทศประสบวิกฤตหนักหนาสาหัส เขาได้ใช้โอกาสนั้นเริ่มลงทุน ทำให้ธุรกิจเติบโต
อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากการเป็นผู้พัฒนาที่ดิน สร้างรีสอร์ทหรู จากนั้นได้ขยายไปยังสร้างตึกอาคาร ซึ่งเป็นตึกสูงเชิงพาณิชย์แห่งแรกของเวียดนามในกรุงฮานอย รวมถึงได้พัฒนาที่อยู่อาศัยระดับหรูเพื่อตอบสนองชาวเวียดนามที่มีรายได้สูงขึ้น
หลายคนมองว่า วินกรุ๊ปสร้างแต่โครงการที่เป็นระดับใหญ่ที่สุดของประเทศ และพยายามมองหาการลงทุนโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนรายอื่นๆ ได้หยุดลงทุนไปแล้ว
เคล็ดลับการทำธุรกิจของมหาเศรษฐีคนแรกของเวียดนามคนนี้ คือ ให้ความสำคัญกับคน เขามองว่าคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ล้วนต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากกว่า 60% ของประชากรเวียดนาม
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกที่จะลงทุนในสถานที่ที่ดี ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงสร้างคอนโด อพาร์ตเมนต์เท่านั้น แต่ยังลงทุนสร้างโรงพยาบาล อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้โครงการของเขาประสบความสำเร็จ มียอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหา ริมทรัพย์รายอื่นๆ ต้องประสบปัญหาหนี้และยอดขายหดตัวลง
เป้าหมายสูงสุดของเขา คือ การพัฒนาให้กรุงฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้ เติบโตเหมือนกับฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ซึ่งหากโครงการของเขามีส่วนช่วยได้ ก็ถือว่าเป็นการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปในตัว







